Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา

ทารกแรกเกิด - 1 ขวบ   >

กิจกรรมเสริมพัฒนาการทางภาษา
สำหรับทารกแรกเกิด - 6 ขวบ

Thaiparents.com,


ภาพ: น้องณภัทร


กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารได้ดีขึ้น ทำกิจกรรมบ่อยๆ ตราบที่ลูกยังรู้สึกสนุกและเพลิดเพลิน เมื่อลูกโตขึ้น ค่อยเพิ่มกิจกรรมตามวัยของลูกนะคะ

เด็กวัย: ทารกแรกเกิด - 3 เดือน

สำหรับเด็กวัยนี้ คุณแม่ควรสนใจฟังและพูดกับลูกตลอดเวลา แม้ว่าลูกยังเพียงแค่่ส่งเสียงอือ ออ.....เท่านั้น

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • พยายามสังเกตและค้นหาว่าที่ลูกส่งเสียงออกมานั้น มีความหมายว่าอย่างไร รวมทั้งสังเกตท่าทางปฏิกริยาของลูกด้วยว่า ลูกต้องการจะสื่อสารอะไร หมายความว่าอย่างไร เล่นเกมทายใจลูกดูนะคะ พูดคุยกับลูกในสิ่งที่ลูกพยายามสื่อสารออกมา

  • ร้องเพลงให้ลูกฟัง ท่องคำคล้องจอง กลอนดอกสร้อยสำหรับเด็ก ให้ลูกฟังตลอดเวลาที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นม หรือขณะอาบน้ำให้ลูก รวมทั้งส่งยิ้ม ทำเสียงอือออ...กับลูก เมื่อลูกยิ้มและทำเสียงอือออ....

  • ส่งยิ้มหวานๆ ให้ลูก พูดชมเชยลูก เมื่อลูกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น

เด็กวัย: 3 - 8 เดือน

พูดคุยและเล่นด้วยกับลูกวัยนี้เลยจ้า

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • พูดคุยกับลูก เล่นกับลูกบ่อยๆ

  • เล่นเกมกับลูก เช่น เกมจ๊ะเอ๋ เบบี้ แม่อยู่ไหนเอ่ย หนูอยู่ไหน จ๊ะเอ๋....เพื่อสอนให้ลูกรู้ว่าเวลาเราพูดกัน เราผลัดกันพูดและผลัดกันฟัง

  • ส่งของเล่นกรุ๋งกริ๋งให้ลูกถือไว้ เพื่อให้ลูกเขย่าให้เกิดเสียงดัง บีบของเล่นมีเสียงให้ลูกฟัง ส่งของเล่นมีเสียงให้ลูกถือไว้

  • ส่งสิ่งของต่างๆ ที่ไม่เป็นอันตรายกับลูก (ไม่ควร เป็นของชิ้นเล็กเกินไป ลูกอาจนำเข้าปากและพลัดหลุดลงไปในลำคอ) หรือส่งของเล่นให้ลูก และบอกให้ลูกส่งคืนให้

ภาพ: น้องริวอิจิ


เด็กวัย: 8 - 12 เดือน

อ่านหนังสือนิทานและเล่านิทานให้ลูกฟัง ทุกวัน

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ชี้ให้ลูกดูรูปภาพในหนังสือขณะที่อ่านให้ฟัง เพื่อให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วมขณะอ่านหนังสือด้วยกัน

  • จัดหาหนังสือที่ปลอดภัยสำหรับลูกให้แตะต้อง จับ สัมผัสกับหนังสือ (บางครั้งลูกอาจเอาไปทดลองชิมด้วยการเอาหนังสือเข้าปาก หรือเลียหนังสือด้วยซ้ำ! อร่อยมั้ยเนี่ย) หนังสืออาจทำด้วยผ้า หรือไวนีล ควรล้างทำความสะอาดได้

  • เมื่ออ่านหนังสือให้ลูกฟัง ควรอุ้มลูกนั่งตักและถือหนังสือให้กางออกตรงหน้าลูก เพื่อลูกจะได้เห็นรูปภาพในหนังสือด้วย

  • หาอุปกรณ์เสริมเพื่อประกอบการอ่านนิทานให้ลูกฟัง ไม่ว่าจะเป็น หุ่นมือ ตุ๊กตา ของเล่นต่างๆ เพื่อสร้างความสนุก ตื่นเต้นให้แก่ลูก

เด็กวัย: 12 - 18 เดือน

จัดหาของเล่นที่เหมาะสมกับทักษะและความสนใจของลูก

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ให้ลูกเล่นโทรศัพท์ของเล่น ทำทีเป็นพูดโทรศัพท์หาคนอื่น ผลัดกันแลกเปลี่ยนบทสนทนากับลูกทางโทรศัพท์ของเล่น

  • ให้ลูกเล่นของเล่นที่ปลอดภัย ที่ทำเลียนแบบเครื่องใช้ในบ้าน เช่น ช้อนส้อม ชาม จานอาหาร ถ้วย ที่รองถ้วย ตะหลิว กระทะ หม้อ ฯ

  • จัดหาเบาะปูพื้น และอุปกรณ์อื่นที่ดูว่าปลอดภัยสำหรับให้ลูกคลานเล่น นั่งเล่น เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการเล่นของลูก


เด็กวัย: 24 - 36 เดือน

อ่านหนังสือให้ลูกฟังและชวนลูกทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ชวนลูกเล่นเกมบทบาทสมมุติ ด้วยการจัดหาอุปกรณ์ เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว ให้ลูกได้แต่งตัวเป็นคนในอาชีพต่างๆ ที่ลูกเคยเห็น เช่น คุณหมอ ตำรวจ ทหาร ครู หรือแต่งเป็นตัวละครในนิทานต่างๆ

  • จัดเวลาที่เหมาะสม สำหรับอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

  • อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกครั้งตามที่ลูกร้องขอ

  • อ่านนิทานเล่มเดิมให้ลูกฟังซ้ำไปซ้ำมา แล้วบอกให้ลูกเล่าให้ฟังด้วยคำพูดของตัวเอง หรือเล่าต่อจากที่คุณเว้นไว้ให้


เด็กวัย: 3 - 4 ขวบ

จัดหาหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศสำหรับลูกไว้ในบ้าน

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ให้ลูกได้เห็นเงาสะท้อนถึงตัวเอง โดยการเลือกหนังสือที่มีเรื่องราวคล้ายคลึงกับครอบครัวของลูก เช่น นิทานที่เอ่ยถึง พี่คนโตที่มีความเสียสละ กรณีที่ลูกเป็นคนโต หรือ นิทานเกี่ยวกับประเพณีทางเหนือ หากเป็นครอบครัวพื้นเพภาคเหนือ นิทานหรือหนังสือเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ หากเป็นครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ หนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีที่ครอบครัวนับถือและเกี่ยวข้องอยู่

  • วางหนังสือสำหรับลูกในชั้นหนังสือที่สามารถเอื้อมหยิบได้เอง โดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วย เพื่อลูกจะได้หยิบหนังสืออ่านเองตามสะดวก

  • ให้ลูกช่วยจัดอัลบัมรูปสมาชิกในครอบครัว ชวนลูกดูรูป และพูดคุยกับลูก เกี่ยวกับคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง ว่าเป็นใคร ทำอะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน รูปนี้ไปเที่ยวที่ไหน ฯ เพื่อให้ลูกร่วมพูดคุยและออกความเห็นด้วย


ภาพ: น้องใยไหม


เด็กวัย: 4 - 5 ขวบ

คุณพ่อคุณแม่ควรอ่านหนังสือทุกวันเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก ไม่ว่าจะอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เรื่องสั้น หรือแม้แ้แต่เอกสารต่างๆ

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ชี้ให้ลูกเห็นว่า สิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่นหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯ มีไว้สำหรับการอ่าน นั่งดูทีวีด้วยกันกับลูกตามเวลาที่เหมาะสม และพูดคุยถึงหนังสือที่มีหัวข้อเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เห็นในทีวี

  • ให้ลูกเห็นว่าคุณสนุกและเพลิดเพลินแค่ไหนที่ได้อ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ เรื่องสั้น หรือนิตยสารบ่อยๆ

  • ส่งเสริมให้ลูกอ่านหนังสือในสถานที่แตกต่างกันไป เมื่อออกไปข้างนอก พยายามพกหนังสือติดมือไปด้วย ลูกจะได้รู้ว่า เราสามารถอ่านหนังสือได้ ขณะรอพบแพทย์ รอคนมาพบ รอคุณพ่อมารับ หรือแม้แต่ขณะ่รอรถเมล์ ฯ


เด็กวัย: 5 - 6 ขวบ

จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียน และสถานที่สำหรับให้ลูกได้ขีดเขียนให้พร้อมใช้เสมอ

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง:

  • ให้ลูกได้เห็นคุณเขียนหนังสือทุกวัน

  • วางอุปกรณ์การเขียนให้พร้อมใช้สำหรับลูก เช่น กระดาษเปล่า ดินสอ สีเทียน ปากกาเมจิค วางของเหล่านี้ในชั้นหนังสือที่ลูกหยิบเองได้ทุกเมื่อ

  • พุดคุยกับลูกเกี่ยวกับงานขีดเขียนของลูก

  • ถ้าลูกเขียนแล้วคุณอ่านตัวหนังสือของลูกไม่ออก เนื่องจากสะกดผิด หรือเขียนสลับที่กัน ก็แล้วแต่ ควรบอกให้ลูกอ่านให้ฟัง ครั้งต่อๆ ไป ลูกจะเรียนรู้เองว่าต้องเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านออกด้วย



"กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราไร งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม"
ม.ล. ปิ่น มาลากุล





ขอบคุณคุณตุลยา มโนมัยอุดม ที่ช่วยแปลและเรียบเรียงบทความนี้ จาก Activities to Help Your Child Learn About Language, Early Childhood Growth Chart by U.S Department of Education







มุมการกุศล : Charity area


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Copyright Thaiparents.com 2000
All rights reserved