Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา

ทารกแรกเกิด - 1 ขวบ   >

พัฒนาสมองลูกน้อยด้วยหนังสือ
โดย แม่อ้อม, Thaiparents.com



ภาพ: น้องณภัทร


คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก และควรทำเป็นกิจวัตรประจำวันจนติดเป็นนิสัย บางรายอาจกังวลว่า "ลูกฉันยังเล็กเกินไป อ่านให้ฟังแล้วลูกจะรู้เรื่องหรือ?" อย่าปล่อยให้ความคิดเช่นนี้มาเป็นกับดักของคุณเลยค่ะ จำไว้เสมอว่า - ไม่มีคำว่าลูกยังเล็กเกินไปที่จะอ่านหนังสือให้ฟัง


คุณรู้หรือไม่ว่า?......

  • การอ่านหนังสือให้ลูกฟังนั้น เป็นการกระตุ้นและพัฒนาสมองของลูก เพราะว่า....

    "เซลล์สมองจะพัฒนามากขึ้นและแตกแขนงออกไป ก็ต่อเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้และฝึกใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะทางตาและทางหู ยิ่งเมื่อเซลล์สมองได้รับการกระตุ้นมากเท่าไร เส้นใยสมองก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นสายใยมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเส้นใยสมองเพิ่มขึ้นมาก เด็กก็ยิ่งฉลาดมาก" (จากหนังสือ "สร้างเด็กฉลาดด้วยการอ่านหนังสือ เล่านิทาน" โดย สสส)

  • การอ่านออกเสียงให้ลูกฟัง ช่วยพัฒนาสติปัญญาและส่งเสริมลูกน้อยให้มีจินตนาการ นอกจากนั้น ยังช่วยให้ลูกเรียนรู้การตอบสนองทางอารมณ์ในแต่ละสถานการณ์ที่ได้ฟังสิ่งที่คุณอ่าน


ควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านแนะนำว่า พ่อแม่ควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 20 นาที นี่เป็นคำแนะนำว่าอย่างน้อยนะคะ หนังสือปกแข็งสำหรับเด็กที่เราอ่านให้ลูกฟัง มักกินเวลาไม่นานนัก อ่านไม่กี่นาทีก็จบหมดเล่มแล้ว ดังนั้น คุณควรแบ่งเวลาการอ่านให้ลูกฟังเป็นช่วงๆ เช่น อ่านสัก 3 เล่มในตอนเช้า, ตอนกลางวันอ่านสัก 3 เล่ม และอ่านอีก 3 เล่มให้ฟังก่อนเข้านอน ดังนั้น เราก็จะบรรลุเป้าหมายการอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 20 นาทีได้โดยไม่ยาก

    แต่ถ้าหากคุณต้องทำงานนอกบ้านทั้งวัน จะมีเวลาอ่านให้ลูกฟังเฉพาะก่อนนอนเท่านั้น ก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่มอบหมายให้คนในบ้านที่มีหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงดูลูก แทนคุณตอนกลางวันอ่านให้ลูกฟังแทนก็ได้ เช่น คุณย่า คุณยาย หรือสั่งให้พี่เลี้ยงเด็กอ่านหนังสือให้ลูกฟัง แต่ถ้าลูกต้องอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กในตอนกลางวัน ลองสอบถามกับคุณครูดูว่า มีช่วงเวลาอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟังหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า ทางสถานเลี้ยงเด็กจะต้องแบ่งช่วงเวลาสำหรับอ่านนิทานให้เด็กฟังอยู่แล้ว

  • ถ้าวันไหน ลูกไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากฟังคุณอ่านหนังสือ ก็ไม่ควรบังคับลูก เพราะจะยิ่งทำให้ลูกมีทัศนคติที่ไม่ดี ไม่ชอบฟังการอ่านนิทาน จะทำให้ลูกถอยห่างมากยิ่งขึ้น

  • ถ้าลูกเดินไปมารอบห้อง ไม่อยู่นิ่งขณะที่คุณกำลังอ่านนิทานให้ลูกฟัง อย่าเพิ่งไปดุ หรือห้ามไม่ให้ลูกเดินไปมา เพราะเมื่อถึงตอนที่น่าตื่นเต้น หรือมีเรื่องราวในหนังสือที่เรียกร้องความสนใจจากลูก ลูกจะเดินเข้ามาใกล้ๆ เองด้วยความตั้งใจ อยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในนิทานเรื่องนี้



เคล็ดลับ: การอ่านนิทานให้ลูกวัยทารกฟัง

  • เด็กทารกส่วนมากยังไม่แสดงท่าว่าสนใจฟังนิทานจนกว่าจะอายุครบ 6 เดือนไปแล้ว ดังนั้น ถึงแม้ว่า ลูกจะยังไม่มีท่าทางกระตือรือร้นฟังคุณแม่อ่าน แต่ลูกได้ยินทุกคำที่คุณอ่านให้ฟัง

  • สร้างสภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือให้ลูกอย่างอบอุ่น และน่าจดจำ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในการอ่านระหว่างแม่ลูก กอดลูก อุ้มลูกนั่งตัก แล้วอ่านหนังสือให้ลูกฟัง หรือนอนอ่านหนังสือด้วยกันบนเตียง จะติดตรึงในความทรงจำของลูกตลอดไป

  • สอนให้ลูกรู้จักวิธีถนอมและรักษาหนังสือให้อยู่กับเรานานๆ เสียแต่เนิ่นๆ ด้วยการบอกลูกว่า หนังสือเปรียบเสมือนเพื่อนของเรา เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับเรา ทำให้เราสนุกสนาน ได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน เราต้องรู้จักเคารพและถนอมหนังสือเป็นอย่างดี

    อ้อ เราไม่กินหนังสือด้วยจ้ะ เราไม่เอาหนังสือเข้าปาก กัดแทะเล่นอย่างนั้น นะจ๊ะ (หนูไม่ใช่ปลวกนะจ๊ะ แซวเล่น ^^) นอกจากนั้น เราไม่ควรฉีกหนังสือเล่น หรือ เขียนตัวยึกยือบนหนังสืออย่างนั้นด้วยจ้ะ

    ถ้าลูกวัยทารกพยายามหยิบหนังสือเข้าปากแทนที่จะสนใจดูรูปภาพสวยๆ ในหนังสือ ให้รีบหาของเล่นสำหรับกัดแทะให้ลูกแทนเพื่อเบนความสนใจจากหนังสือ หลังจากนั้น ค่อยให้เวลาลูกพอสมควรในการเปิดหนังสือดูทีละหน้าด้วยกันใหม่

  • ขณะอ่านหนังสือให้ฟัง พยายามอ่านออกเสียงให้ลูกฟังดังๆ และชัดเจน เพื่อลูกจะได้รู้ว่าคำนี้อ่านออกเสียงว่าอย่างไร เช่นคำว่า สามารถ (สา-มาด), มกราคม (มะ-กะ-รา-คม) และโดยเฉพาะคำที่มีตัว ร, ล และคำควบกล้ำ

  • เลือกหนังสือที่จะอ่านให้ลูกฟัง เป็นหนังสือที่มีรูปภาพชัดเจน สีสันสดใส สำหรับเด็กทารก ควรเลือกหนังสือที่มีรูปทรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ทรงกลม เมื่อลูกโตขึ้นมาอีกนิด ค่อยเลือกหนังสือที่มีรูปภาพและเนื้อหาซับซ้อนขึ้นตามวัย หากลูกโตขึ้นมาอีกระดับ ค่อยเลือกหนังสือที่มีรูปภาพน้อยลง และมีเนื้อเรื่องแบ่งเป็นตอนๆ ก็ได้

    เมื่อเลือกหนังสือให้เด็กวัยทารก เลือกเล่มที่มีคำ 1 - 2 คำ ต่อ 1 หน้าเพื่อง่ายต่อการอ่านให้เด็กทารกฟัง ภายในแต่ละหน้า ควรมีรูปภาพมากพอที่จะทำให้ลูกวัยนี้พลิกดูด้วยความสนใจ เมื่อเปิดหน้าหนังสือให้ลูกฟัง ใช้เวลาสักพักในการดูรูปภาพด้วยกันอย่างละเอียด เช่น "หนูเห็นใบหูของยีราฟตัวนี้ไหมคะ อยู่ตรงไหนเอ่ย ชี้ให้แม่ดูหน่อยสิคะ?" "จากภาพนี้ลูกว่านี่เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนคะ?"

  • การเลือกหนังสือสำหรับเด็ก ควรเป็นชนิดปกแข็ง หนังสือแต่ละหน้าควรมีแผ่นพลาสติครีดทับเรียบร้อย มุมหนังสือควรเป็นปลายมน หนังสือไม่หลุดลอกออกง่ายๆ พลิกเปิดดูแต่ละหน้าได้ง่าย หนังสือที่ทำจากไวนีลเหมาะสำหรับให้ลูกพลิกดูเล่นขณะอาบน้ำในอ่างน้ำ หนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่ควรพิจารณาเลือกซื้อ คือหนังสือที่มีคำคล้องจอง เป็นหนังสือเกี่ยวกับสัตว์, รถยนต์และการเดินทาง, ของเล่น, อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย, ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้แต่หนังสือเกี่ยวกับเด็กๆ วัยทารกและสมาชิกในครอบครัว เช่น พ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา

  • ลองเลือกหนังสือที่มีแต่รูปภาพ และไม่มีคำศัพท์เลยก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะช่วยให้ลูกเล่าเรื่องเอาเองจากภาพที่เห็น ทำให้ลูกเห็นคุณค่าของการแต่งเรื่องจากภาพด้วยคำพูดของตนเองในภายหลัง

  • เด็กวัยทารก ชอบได้ยินเสียงคุณเล่านิทานให้ฟัง เนื้อเรื่องอาจยังไม่สำคัญเท่าน้ำเสียงที่เล่า ดังนั้น ควรเลือกอ่านหนังสือประภทคำคล้องจอง บทดอกสร้อย จะเหมาะและทำให้ลูกเพลิดเพลิน คุณอาจลองร้องเป็นเพลงให้ลูกฟังทำเสียงสูงต่ำ หรือใช้เสียงที่แปลกออกไป ดัดเป็นเสียงใหญ่ทุ้ม ทำเสียงเล็กเสียงน้อย ลองเล่นกับเสียงของคุณดู สังเกตว่าลูกชอบหรือไม่ ลูกชอบเสียงแบบไหนมากที่สุด

  • หาเวลาไปเดินตามร้านหนังสือ เลือกดูว่า หนังสือแต่ละเล่ม แบบไหน ชนิดไหนที่เหมาะสมสำหรับลูกของคุณมากที่สุด สอบถามเจ้าหน้าที่ขายหนังสือ ถามจากเพื่อนๆ ที่มีลูกวัยเดียวกัน ว่า ช่วงนี้มีหนังสือเด็กออกใหม่หรือไม่ มีเล่มไหนที่น่าสนใจ ได้รับรางวัล หรือหาข้อมูลและบทความเกี่ยวกับการอ่านหนังสือให้เด็กเล็กฟัง ว่าหนังสือเล่มไหนเหมาะกับวัยของลูกเรา หนังสือสำหรับเด็กแต่ละเล่มควรระบุด้วยว่า หนังสือเล่มนี้ๆ เหมาะกับเด็ก วัยใด อายุเท่าไหร่


จะเห็นได้ว่า การอ่านหนังสือให้ลูกวัยทารกฟังตั้งแต่ยังเล็กนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านสมอง และมีจินตนาการแล้ว ยังเสริมสร้างความรักความอบอุ่นระหว่างคุณและลูกน้อยอีกด้วย ดังนั้น จึงขอฝากข้อคิดไว้ท้ายบทความนี้ก่อนจบนะคะ....


"ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ตามที่เด็กได้รับการส่งเสริมให้รู้จักหนังสือและทำความรู้จักมักคุ้นกับหนังสือ สนุกในการฝึกใช้คำและภาษา ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กคนนั้นมากขึ้นเท่านั้นเมื่อเข้าสู่วัยเรียนหนังสือ" ปีเตอร์ ไบรอัน วัตตส์ - โปรเฟสเซอร์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด



เรื่องและภาพ: Thaiparents.com





มุมการกุศล : Charity area


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Copyright Thaiparents.com 2000
All rights reserved