Thaiparents.com
ภาพ: น้องณภัทร
ลูก 5 เดือนแล้ว ให้แต่นมแม่ ควรเลื่อนการให้อาหารเสริมออกไปก่อนดีไหม?
คำถาม: ลูกอายุ 5 เดือนแล้วค่ะ แต่ยังกินนมแม่อยู่ จะเป็นอะไรมั้ยคะ ถ้าจะเลื่อนการให้อาหารเสริมออกไปอีกสักหน่อย
เพราะตอนนี้เท่าที่ดู ลูกยังมีความสุขดีกับการกินนมแม่ค่ะ
ตอบ: นับเป็นเรื่องสำคัญที่ยังไม่ควรให้อาหารเสริมแก่ทารกก่อนวัย 4 เดือน ช่วงที่เหมาะสมในการให้อาหารเสริมควรอยู่ในระยะอายุ 4-6 เดือน
คุณยังสามารถให้นมบุตรต่อไปเรื่อยๆ ในระยะนี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญหลายรายแนะนำว่า ควรให้นมแม่ไปจนลูกอายุครบ 1 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน คุณควรเริ่มแนะนำอาหารเสริมให้ลูกกิน เพราะร่างกายของลูกต้องการวิตะมิน A และ D นอกจากนั้น ธาตุเหล็กและสังกะสีที่สะสมในร่างกายของลูกตั้งแต่แรกเกิดเริ่มเหลือน้อยลง
เมื่อให้อาหารเสริมแก่ลูกวัย 6 เดือน จะทำให้ลูกเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการรับประทานอาหารรูปแบบใหม่ ลูกจะเริ่มเรียนรู้และฝึกฝนการใช้กรามในการบดเคี้ยวอาหาร และการพูดคุยในเวลาต่อมา
แต่ถ้าสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการแพ้อาหาร, เป็นหอบหืด หรือ โรคผิวหนังอักเสบ (eczema) คุณควรตรวจสอบกับกุมารแพทย์เสียก่อนว่า ควรเลื่อนการให้อาหารเสริมออกไปอีกสักพักหรือไม่
ที่สำคัญ คือ คุณยังคงให้นมแม่ต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ต้องการควบคู่ไปกับการให้อาหารเสริมได้
ดื่มน้ำส้มจะทำให้ลูกฟันผุหรือไม่?
คำถาม: ลูกชายอายุ 7 เดือน ฝากญาติเลี้ยงไว้ แต่ญาติชอบให้ลูกดื่มน้ำส้มเป็นประจำ จนเดี๋ยวนี้ลูกไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่าเลย
กลัวว่าลูกจะฟันผุ ไม่ทราบว่า การให้ลูกดื่มน้ำผลไม้บ่อยๆ จะมีผลเสียอย่างไรบ้างคะ?
ตอบ: เด็กทารกติดรสหวานได้ง่ายมาก สำหรับเด็กวัย 7 เดือน ยังไม่มีความจำเป็นต้องดื่มน้ำผลไม้แต่อย่างใด เมื่อลูกอายุย่างเข้า 9 เดือน ค่อยให้ดื่มน้ำผลไม้หลังอาหารแต่ละมื้อก็ได้ ควรหาทางบอกญาติที่เลี้ยงลูกว่า
เราอยากให้ลูกดื่มน้ำต้มสะอาดในแต่ละมื้ออาหารมากกว่าดื่มน้ำผลไม้ หากลูกยังไม่ยอมเปลี่ยนจากดื่มน้ำผลไม้มาเป็นน้ำต้มสะอาด ให้ใช้วิธีผสมน้ำผลไม้ 1 ส่วนต่อน้ำเปล่า 10 ส่วน โดยให้ลูกดื่มจากแก้วแทนการดื่มจากขวดนม
คงรระวังอย่าให้ลูกดื่มน้ำผลไม้อึกใหญ่ เพราะจะทำให้ฟันผุได้ แม้ว่ายังอยู่ในวัยทารกก็ตาม
เหตุใดจึงยังไม่ควรให้ลูกดื่มนมสดที่มาจากนมวัว หากลูกยังอายุไม่ถึง 1 ขวบ?
ตอบ: เพราะว่า นมสดที่มาจากนมวัวมีธาตุเหล็ก หรือวิตะมิน D น้อย และไม่พอพียงต่อความต้องการของร่างกายของทารกวัยต่ำกว่า 1 ขวบ
นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม ลูกจึงยังต้องการนมแม่ หรือนมผสมจำนวน 600 มิลลิลิตรต่อวันเป็นอาหารหลักจนกระทั่ง ลูกอายุครบ 1 ขวบ
อย่างไรก็ตาม คุณแม่สามารถนำนมวัวไปปรุงอาหารให้ลูกทานได้อย่างปลอดภัยเมื่อลูกอายุ 5-6 เดือนไปแล้ว เช่น ข้าวตุ๋นใส่นมสด, โยเกิร์ต (หากลูกไม่มีอาการแพ้นมวัว)
เมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน คุณสามารถผสมนมสดลงไปในอาหารให้ลูกทานได้ แต่ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติการแพ้นมวัว ควรปรึกษาแพทย์ที่พาลูกไปหาเป็นประจำ ซึ่งอาจแนะนำให้ชะลอการให้อาหารที่ใส่นมสดจากนมวัวออกไปก่อน
ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาปรุงอาหารให้ลูกทาน ขอคำแนะนำการประหยัดเวลาในการทำอาหารให้ลูกทานหน่อยค่ะ
คำถาม: เด็กทารกติดรสหวานได้ง่ายมาก สำหรับเด็กวัย 7 เดือน ยังไม่มีความจำเป็นต้องดื่มน้ำผลไม้แต่อย่างใด เมื่อลูกอายุย่างเข้า 9 เดือน ค่อยให้ดื่มน้ำผลไม้หลังอาหารแต่ละมื้อก็ได้ ควรหาทางบอกญาติที่เลี้ยงลูกว่า
เราอยากให้ลูกดื่มน้ำต้มสะอาดในแต่ละมื้ออาหารมากกว่าดื่มน้ำผลไม้ หากลูกยังไม่ยอมเปลี่ยนจากดื่มน้ำผลไม้มาเป็นน้ำต้มสะอาด ให้ใช้วิธีผสมน้ำผลไม้ 1 ส่วนต่อน้ำเปล่า 10 ส่วน โดยให้ลูกดื่มจากแก้วแทนการดื่มจากขวดนม
คงรระวังอย่าให้ลูกดื่มน้ำผลไม้อึกใหญ่ เพราะจะทำให้ฟันผุได้ แม้ว่ายังอยู่ในวัยทารกก็ตาม
ตอบ: จากนั้น ตักอาหารที่ทำไว้แล้ว ใส่ถาดน้ำแข็ง แช่เย็นจนแข็ง แล้วค่อยแกะออกทีละก้อน แบ่งใส่ถุงพลาสติค ปิดปากถุงให้แน่น
เขียนชื่ออาหาร ประเภทอาหาร ว่าเป็นอะไร เขียนวันที่ แล้วเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง สามารถเก็บไว้ได้ 2 อาทิตย์
เมื่อจะนำมาให้ลูกกิน ค่อยแกะออกจากถุงพลาสติค นำมาอุ่นให้ทั่ว รอจนเย็น ค่อยป้อนให้ลูกกิน
เมื่อลูกเจริญวัยขึ้นอีกนิด อาจผสมผักต่างชนิดเข้าด้วยกันเพื่อให้ลูกลองลิ้มชิมรสชาติอาหารแปลกใหม่ได้
เรื่องและภาพ: Thaiparents.com
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาพ: น้อง Prichaya
>> 12 จุดในบ้านที่ควรระวังอันตรายสำหรับเด็กเล็ก
>> สอนลูกรักให้รู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม
>> เรียนรู้พัฒนาการของลูกรักวัย 6 เดือน - 4 ขวบ
>> คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์
>> เทคนิคจูงใจให้ลูกรับประทานอาหาร
| |
|