Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา
Be My Guest >

Be My Guest


(จากซ้ายไปขวา) น้องเซน,น้องจีน , น้องเจ็ง และน้องปันปัน



                        แขกรับเชิญ: คุณณี
                        อายุ: 38 ปี
                        อาชีพ: ช่วยงานกิจการครอบครัวสามี
                        สามี: คุณอภิรักษ์


ลูกสาว:

  1. ด.ญ.นันทิชา (น้องเซน) อายุ 10 ปี
  2. ด.ญ.ปุณยวี (น้องเจ็ง) อายุ 8 ปี
  3. ด.ญ.ปัณณฑร (น้องปันปัน) อายุ 5 ปี 6 เดือน
  4. ด.ญ.วรันธร (น้องจีน) อายุ 2 ปี 6 เดือน

คุณณี คุณแม่มากความสามารถ มีลูกสาววัยไล่เลี่ยกัน 4 คน ซึ่งเราเพิ่งลงน้องๆ ทั้ง 4 คนอวดโฉมใน Meet My Baby เร็วๆ นี้เอง

วันนี้โอกาสดี เรามาคุยกับคุณณีถึงชีวิตครอบครัวและแนวทางในการเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 4 คน กันดีกว่านะคะ ดูสิว่าคุณณีมีเคล็ดลับในการบริหารจัดการเวลาได้ลงตัวอย่างไรกับชีวิตคุณแม่ลูกสี่ในยุคศตวรรษที่ 21 นี้


สวัสดีค่ะคุณณี ก่อนอื่นขอขอบคุณนะคะที่ยอมสละเวลามาทักทายพูดคุยกันในวันนี้
…ยินดีค่ะ

Q: ตอนนี้คุณณี ทำงานด้านไหนอยู่คะ
ดูแลงานด้านบัญชีและการเงินค่ะ


Q: แล้วชีวิตประจำวันคร่าวๆ โดยทั่วไปเป็นอย่างไรบ้างคะ
ช่วงเช้าดูแลความเรียบร้อยส่งลูกๆ ไปโรงเรียน พี่เลี้ยงรับช่วงดูแลลูกคนที่ 4 ประมาณ 8 โมงเริ่มงานจนถึงประมาณ 6 โมงเย็นเลิกงาน ก็จะสอนและตรวจการบ้านเด็กๆ ค่ะ

หลังจากนั้นก็จะจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน 1ทุ่ม เพราะพี่เลี้ยงจะกลับบ้านค่ะ แล้วเราก็จะสาละวนกับลูกๆ 4 คนจนประมาณ 3 ทุ่มพาลูกเข้านอน หลังจากนั้นก็เป็นช่วงนาทีทองที่เราจะมีเวลาส่วนตัว เล่นอินเตอร์เน็ท อ่านหนังสือ ดูทีวี ซึ่งในช่วงกลางวันจะไม่มีโอกาสได้ทำเลย กว่าจะนอนก็เข้าวันใหม่เลยค่ะ


Q: ปกติในวันทำงาน ใครดูแลลูกให้คะ
วันทำงานมีพี่เลี้ยง 2 คนค่ะ ช่วยกันเลี้ยงน้องและทำงานบ้าน แต่บ้านและออฟฟิศอยู่บริเวณเดียวกัน ถ้าว่างก็จะเข้าไปดูบ้าง หรือมิฉะนั้นพี่เลี้ยงก็จะพาน้องมาเล่นที่ออฟฟิศบ้างค่ะ


ลูกสาวคนโต: น้องเซน


Q: แล้วขณะนี้น้องๆ อายุเท่าไหร่ และคิดว่าในครอบครัว จะมีลูกซักกี่คนคะ
คุณปู่กับคุณย่ายังอยากให้ลองมีอีกสักคน เผื่อจะได้ผู้ชาย แต่ไม่ยอมให้ไปคัดเพศ ก็เลยตกลงกับสามีแล้วว่า 4 คนพอแล้ว เพราะกว่าสามีจะเลิกงานก็เกือบ 2 ทุ่ม ภาระช่วงหัวค่ำที่ดูแลลูกก็จะมีแม่คนเดียวหัวหมุนมากค่ะ

เด็กๆ อยู่ในวัยไล่เลี่ยกันจึงทะเลาะกัน แย่งของกัน และอิจฉากันบ้าง ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามอธิบายให้เด็กๆ เข้าใจเหตุผลต่างๆ แต่เหนื่อยยังไงก็ต้องสอนกันต่อไปค่ะ


Q: คุณณีมีแนวทางในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ และสามีเห็นด้วยไหมคะ
เราได้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าจะให้ลูกๆ รู้จักคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ให้เค้าพึ่งพาตัวเองได้ และให้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ รวมถึงเน้นคุณธรรมจริยธรรม

ดังนั้นในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในครอบครัวก็จะให้เด็กๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ถ้าเป็นเรื่องที่เค้าควรมีส่วนร่วม หรือเมื่อมีปัญหาที่โรงเรียน ปัญหากับเพื่อน ดิฉันจะไม่เข้าไปจัดการให้ แต่จะให้เค้าคิดเอง ว่าควรทำอย่างไรโดยที่เราคอยให้คำแนะนำ ส่วนเรื่องเรียนก็เน้นให้เค้ามีความสุข จะไม่ให้เรียนพิเศษเยอะ แต่จะคอยบอกว่า ให้ตั้งใจในห้องเรียน

หากมีเวลาว่างหลายๆ วันก็จะพาลูกๆไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ให้สะพายกล้องถ่ายรูปคนละตัว เพราะคุณพ่อชอบเล่นกล้องและชอบถ่ายรูปค่ะ (เจ้าตัวเล็กก็จะเป็นกล้องเด็กเล่นค่ะ)

ทุกๆ วันจะกระตุ้นให้ลูกๆ เล่าเรื่องต่างๆ ที่พบมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อน เรื่องที่ตัวเองทำความผิด หรือเรื่องอะไรก็ได้ โดยที่เราจะรับฟังไม่ตำหนิ ิแม้ว่าเค้าจะทำผิดแต่คอยแนะนำและสอน เพื่อให้ลูกๆ รับรู้ว่าเค้าคุยกับพ่อแม่พี่น้องได้ทุกเรื่อง เราจะไม่มีความลับต่อกัน และอยากให้ลูกๆ เคยชินว่ามีอะไรก็จะมาเล่าสู่กันฟังในครอบครัว คิดว่าเมื่อลูกเป็นวัยรุ่นถ้ามีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาเราจะได้ป้องกันได้ทันเวลาค่ะ


punyavee
น้องเจ็ง


Q: ใช้เวลาว่างกับครอบครัวอย่างไรบ้างคะ
เวลาว่างจะไปสวนสาธารณะใกล้บ้านให้เด็กๆ ได้เล่นปีนป่าย เล่นดิน เล่นทราย แบบเลอะๆ นี่ชอบกันมากค่ะ บางครั้งก็ช่วยกันทำอาหาร ทำขนมค่ะ


Q: ให้เวลากับสามีในช่วงไหนคะ และมีโอกาสไปเที่ยวนอกบ้าน กับสามีสองต่อสองไหมคะ
ปกติลูกหลับก็จะเป็นเวลาที่พ่อแม่พูดคุยปรึกษาเรื่องงานเรื่องลูกกันค่ะ โอกาสไปด้วยกัน 2 คนก็จะเป็นวันธรรมดา ที่เด็กๆ ไปโรงเรียน เพราะเราก็ทำงานส่วนตัวอยู่แล้วเวลาจึงค่อนข้างยืดหยุ่นค่ะ


Q: ให้เวลากับลูกในช่วงไหนคะ และทำกิจกรรมอะไรกับลูกคะ
ปกติจะมีเวลาพร้อมหน้าก็ช่วง 2 - 3 ทุ่มค่ะ ลูกสาวบ้านนี้จะออกแนวห้าวค่ะ ถ้ารวมตัวกันครบจะหนวกหูมาก ชอบเล่นแรงๆ จะให้คุณพ่อเป็นยักษ์ไล่จับ แล้วคนที่เหลือก็จะรุมคุณพ่อเพื่อช่วยตัวประกัน บางครั้งก็เล่นเกมหรือเล่นตัวต่อ และประกวดร้องเพลงเต้นรำค่ะ


pannatorn
น้องปันปัน


Q: เล่าให้ฟังถึงช่วงที่คุณณีตั้งครรภ์ลูกๆ หน่อยได้มั้ยคะ เช่น แพ้มากมั้ย อยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ย และมีโรคแทรก ซ้อนเกิดขึ้นมั้ยระหว่างตั้งครรภ์ แล้วมีความกังวลใจบ้างมั้ยคะ
โชคดีมากค่ะที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลยทั้งสี่ท้อง ทำทุกอย่างได้ปกติ และทานเก่งมาก จะมีกังวลใจตอนท้องที่ 4 เพราะกลัวลูกจะไม่สมบูรณ์อีก จีงระวังเรื่องการเดินทาง อาหารการกินมากกว่าท้องอื่นๆ ค่ะ


Q: กรุณาเล่าเหตุการณ์ในวันคลอดให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ไม่ทราบว่าสามีได้เข้าไปอยู่ในห้องคลอดด้วยรึเปล่าคะ
ตอนคลอดสามีได้เข้าไปอยู่ด้วยตลอดทุกท้อง แล้วเราก็คลอดเองทุกท้องด้วย ก็จะได้เห็นหน้าลูก ได้ยินเสียงลูกทันทีที่คลอด

การคลอดคนที่ 3 ค่ะที่เราคงไม่ลืม ในช่วงเบ่งคลอดหมอและพยาบาลแซวเล่นกัน ช่วยกันลุ้นว่าจะได้ลูกชายมั๊ย แต่พอเด็กคลอดออกมา ก็แปลกใจว่าทำไมทุกคนเงียบกันไปหมด คุณหมอก็เลยบอกว่า ได้ลูกสาวนะคะแต่มีปากแหว่งนิดหน่อย เราก็ยังงงๆ อยู่ แต่ถามออกไปว่าแล้วเพดานโหว่ด้วยมั๊ยคะ (ที่ถามเพราะคุ้นกับสองคำนี้ว่าต้องมาคู่กัน)

ตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่า เรามีลูกพิการ แต่พอออกจากห้องคลอดแล้วสามีโทรบอกทางบ้านและบอกคุณปู่กับคุณย่าแล้ว ดิฉันเพิ่งรู้สึกตัวว่า เรามีลูกพิการนะ คิดอยากให้เป็นแค่ความฝัน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลย

อันที่จริงตอนท้องที่ 3 นี้ค่อนข้างขลุกขลักตั้งแต่เริ่มท้องค่ะ คือปกติตัวเองจะมีลูกง่ายมาก ประจำเดือนขาดไป 2 - 3 วันก็ตรวจได้แล้วว่าท้อง แต่ท้องนี้ประจำเดือนเลื่อนไป 10 วัน แล้วตรวจปัสสาวะเองมาตลอดแต่ผลก็ว่าไม่ท้อง จน 2 อาทิตย์ถึงไปหาหมอสูติฯ คุณหมอตรวจปัสสาวะแล้วก็บอกว่าตั้งครรภ์ และตลอดท้องนี้จะเป็นหวัด ไอมาก ต้องทานยาตลอด แล้วตอนนอนหลับจะฝันบ่อยๆ ซ้ำๆ แบบเดียวกัน ในความฝันรู้สึกว่าเด็กในท้องไม่ค่อยปกติแต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไร

ส่วนการคลอดคนที่ 4 นั้นดีใจมากที่พบว่าลูกสมบูรณ์แข็งแรงดี เหมือนคนที่ 1 และ 2 แต่ในด้านความรู้สึกต่างกันมากทั้งดีใจ ทั้งโล่งอก เหมือนเราออกรบแล้วได้ชัยชนะกลับมา


varantorn
น้องจีน



Q: มีเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ
เด็กแต่ละคนจะมีแบบฉบับที่กำหนดมาตั้งแต่ปฏิสนธิต่างกัน สังเกตจาก 4 สาว แต่ละคนจะมีนิสัยที่ผสมกันระหว่าง พ่อกับแม่คนละแบบ

คิดว่าเคล็ดลับที่ดีที่สุดคือ พ่อแม่ต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจตัวตนของลูกแต่ละคน เพื่อที่พ่อแม่จะตอบสนองลูกได้ตามความเหมาะสมอย่างมีเหตุผลค่ะ มีบ้างบางครั้งที่คนอื่นเห็นว่าลูกเรางอแง ทำไมเราไม่ตี ตามใจลูก ก็มีไขว้เขวบ้างแต่พอมาทบทวนแล้วสาเหตุที่ลูกงอแงเพราะอะไร เค้าอาจกำลังรู้สึกว่า เราไม่รักเค้ารึป่าว ถ้าเราทำโทษรุนแรง ปัญหาก็จะไม่หมดไปแล้วยังอาจรุนแรงกว่าเดิมด้วย


Q: พอใจกับชีวิตครอบครัวที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้มากน้อยแค่ไหนคะ และมีส่วนใดบ้างที่อยากเพิ่มมากขึ้น หรือลดลง
ชีวิตครอบครัวตอนนี้ก็พอใจค่ะเด็กๆเป็นไปอย่างที่เราหวัง จะมีงอแงบ้างก็ค่อยๆ สอนกันไป แต่ที่อยากเปลี่ยนแปลงตอนนี้คือ บางครั้งในช่วงงานเข้ามากๆ ก็จะมีเวลาให้ลูกน้อย ต้องให้พี่เลี้ยงดูแลเรื่องอาหารการกินของเด็กๆ ก็มีบ้างที่ยังไม่ถูกต้องเหมาะสมเท่าไหร่ ก็อยากมีเวลาอยู่กับลูกมากกว่านี้ค่ะ


....Love is all around!



Q: ท้ายนี้ มีอะไรอยากจะฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ บ้างมั้ยคะ
อยากให้มีเว็บไซต์ ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลเด็กได้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ให้มากขึ้น ตั้งแต่เริ่มสร้างครอบครัว จนวางแผนมีบุตรต่อไปจนถึงลูกเป็นวัยรุ่น เพราะแต่ละวัยก็มีปัญหาที่ต่างกัน

ที่อยากให้มีมากๆ คือเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกพิการ หรือความเจ็บป่วยใดๆ ก็ตามได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กำลังใจกัน กระจายศูนย์ไปในแต่ละภูมิภาค โดยมีอาสาสมัครที่จะเข้าไปพูดคุย ให้ความเข้าใจกับพ่อแม่ทันทีหลังคลอด

เพราะจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง เมื่อคลอดลูกแล้วพบว่า ลูกตัวเองมีความพิการ เราจะเลี้ยงดูอย่างไร ควรพาไปพบแพทย์ด้านไหน เมื่อไหร่ดี แนวทางการรักษา ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นอย่างไร ถ้าพ่อแม่ได้มีความรู้และเข้าใจสภาวการณ์ของโรค ก็จะไม่มีความหวั่นไหวและปรับตัวเผชิญกับปัญหาได้ดีขึ้น เคยพบว่าบางครอบครัวไม่เข้าใจก็กลัวลูก จนคิดอยากทิ้งลูกตัวเอง หรือพ่อเสียใจจนขับรถไปเกิดอุบัติเหตุกลายเป็นภาระของแม่นอกจากดูแลลูกแล้ว ยังต้องมาดูแลพ่ออีก

ในส่วนที่อยากจะฝากถึงพ่อแม่ คือปัจจุบันเราเน้นกันเรื่องผลการเรียน เน้นการแข่งขันเข้าโรงเรียนดังๆ จนกลายเป็นบังคับให้เด็กต้องเรียนพิเศษกันมาก อยู่แต่ในห้องเรียน แต่เราลืมนึกไปว่าธรรมชาติของเด็ก คือการเรียนรู้ อยากทดลอง ชอบค้นหา น่าจะพาลูกๆ ออกจากหนังสือและห้องเรียนไปศึกษาธรรมชาติ และไปพบประสบการณ์จริงกันบ้าง ไม่ใช่ดูจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แล้วจะพบว่าสิ่งมหัศจรรย์หลายอย่างเกิดขึ้นจากมันสมอง และสองมือน้อยๆ ของลูกเราเองค่ะ


ค่ะ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงได้ข้อคิด และข้อมูลในอีกแง่หนึ่งจากครอบครัวของคุณณี บ้างนะคะ ต้องขอขอบคุณคุณณีมากๆ ค่ะ ที่สละเวลามาเป็นแขกรับเชิญ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกับเราในวันนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ



สัมภาษณ์โดย: แม่อ้อม
16 มีนาคม 2552


back


Contact Webmaster
maeaom@hotmail.com
Copyright Thaiparents.com 2000
All rights reserved.