Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา
BeMyGuest >
Be My Guest
ครอบครัวคุณศุภลักษณ์


แขกรับเชิญ: คุณสุวิช สุภาจิตร์

อายุ: 36 ปี

อาชีพ: พนักงานบริษัทเอกชน

ภรรยา: คุณเขียวหวาน ชาวประทุม

ลูกชาย: ดช.พงษ์พิพัฒน์ สุภาจิตร์ (น้องดีดี)


คุณสุวิช ขณะนี้เป็นคุณพ่อลูกหนึ่ง มีลูกชายกำลังอยู่ในวัยน่ารักชื่อ "น้องดีดี" ที่เพิ่งคลอด และลงอวดโฉมใน Birth Announcement เร็วๆ นี้ วันนี้เรามาคุยกันกับคุณพ่อน้องDD ถึงชีวิตครอบครัวและแนวทางในการเลี้ยงดูลูกน้อยกันดีกว่านะคะ

สวัสดีค่ะคุณสุวิช ก่อนอื่นขอขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทายพูดคุยกันในวันนี้
…ยินดีครับ

Q: ตอนนี้คุณพ่อน้องดีดี ทำงานด้านไหนคะ
ผมเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลงานบำรุงทางด้านโครงข่ายระบบโทรศัพท์ครับ

Q: แล้วชีวิตประจำวันคร่าวๆ โดยทั่วไปเป็นอย่างไรบ้างคะ
ผมทำงาน 5 วัน และหยุดดูแลลูกอยู่ร่วมกับครอบครัวรวม 2 วัน โดยแบ่งเป็นวันธรรมดา 1 วัน และเลือกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์วันใดวันหนึ่งอีก 1 วันครับ ต้องช่วยคุณยายเลี้ยงหลานเพราะลูกยิ่งโตยิ่งซน กลัวคุณยายเหนื่อย (โชคดีมากๆ ครับที่มีคุณยายมาเลี้ยงหลานให้) วันไหนว่างก็พาไปเที่ยวเล่นตามห้างบ้างครับ ผมจะพยายามให้เวลากับลูกให้ได้มากที่สุดครับ

Q: ปกติในวันทำงาน ใครดูแลลูกให้คะ
ุคุณยายของน้องDD ครับ ต้องย้ำว่าโชคดีอีกครั้งครับ ที่มีคุณยายมาช่วยเลี้ยงหลานให้

Q: เห็นด้วยจริงๆ ค่ะ... แล้วขณะนี้น้องDD อายุเท่าไหร่ และคิดว่าในครอบครัวจะมีลูกซักกี่คนคะ
7 เดือนกว่าครับ ตั้งใจไว้ว่าคงมีคนเดียว เพราะผมและภรรยาเป็นคนที่มีลูกยาก แต่งงานกันมาเกือบ 10 ปี ปล่อยแบบธรรมชาติมาตลอดก็ไม่มี ไปตรวจแล้วก็ปกติทั้ง 2 คน ก็ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่มี แต่ก็ไม่คิดที่จะไปเสียเงินหลักแสนเพื่อทำกิ๊ฟท์หรืออะไรตามเทคโลโลยีใหม่ๆ นะครับ นึกซะว่าถ้าเรามีบุญร่วมกันคงได้เจอกัน จนในที่สุดเขาก็มาเกิดเอง โชคดีครับที่เขามาอยู่กับครอบครัวของเรา เพราะเราก็ค่อนข้างจะพร้อมสมบูรณ์ในระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้คุณภรรยาก็อายุ 38 ปีแล้ว คิดว่าคงไม่มีคนที่ 2 แล้วครับ

Q: คุณสุวิชมีแนวทางในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ และภรรยาเห็นด้วยไหมคะ
ผมทราบครับว่าเด็กสมัยนี้เลี้ยงยากแต่ก็คงไม่เกินความสามารถของพ่อแม่หรอกครับที่จะขัดเกลาเขาให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด อาจจะไม่ได้มากนักแต่ก็คงจะได้บ้าง ถ้าเราใส่ใจให้ความอบอุ่นแล้วใกล้ชิดเขาให้มากๆ ดีกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลย หรือว่าปล่อยให้ห่างครอบครัวมากเกินไป อยากเลี้ยงเขาให้เป็นเด็กสุขภาพร่างกายจิตใจแข็งแรง เป็นคนอารมณ์ดี ให้เป็นคนดีของครอบครัว เชื่อฟังพ่อแม่และสังคมในวันข้างหน้า เท่านี้ก็คงจะสุขใจแล้วล่ะครับ ภรรยาก็เห็นด้วยเหมือนกันครับ



Q: ใช้เวลาว่างกับครอบครัวอย่างไรบ้างคะ
ทานข้าวร่วมกัน ใส่บาตรร่วมกันครับ ถ้าว่างก็พาไปเที่ยวซื้อของตามห้าง ประมาณ 2-3 เดือน - บางครั้งก็พากลับไปเที่ยวที่บ้านต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ดีๆ พร้อมกันบ้าง เพราะรู้ครับว่ามีลูกแล้วเวลาส่วนตัวก็จะน้อยลง เพราะฉะนั้นเราควรหันมาให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น

Q: ให้เวลากับภรรยาในช่วงไหนคะ และมีโอกาสไปเที่ยวนอกบ้านกับภรรยาสองต่อสองไหมคะ
(หัวเราะ) คงเกือบจะทุกวันละครับ เพราะต้องไปส่งและไปรับจากที่ทำงานเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงที่ภรรยาท้องแทบไม่ได้ห่างกันเลยก็ว่าได้ ต้องคอยดูแลกันเป็นพิเศษ ตอนนี้คงไปไหนสองต่อสองเหมือนก่อนๆ ไม่ได้แล้วครับ เพราะต้องพาลูกกับคุณยาย (คุณแม่ของภรรยา) ไปด้วยครับ

Q: เล่าให้ฟังถึงช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนนี้หน่อยได้มั้ยคะ เช่น แพ้มากมั้ย อยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ย และมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นมั้ยระหว่างตั้งครรภ์ แล้วคุณพ่อมีความกังวลใจบ้างมั้ยคะ
พอทราบว่าภรรยาตั้งท้องก็ล่วงเข้าไป 6 สัปดาห์แล้วครับ ตอนแรกก็ยังไม่แน่ใจจึงไปซื้อแผ่นตรวจมาตรวจก็ว่าใช่ แต่ในใจก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เพราะว่าเราปล่อยกันมาหลายปีอาการประจำเดือนเคลื่อนก็มีหลายครั้ง จนต้องพาไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกรอบถึงจะเชื่อ และเริ่มปฎิบัติตัวดูแลครรภ์อย่างเคร่งครัด เพราะภรรยาอายุเยอะแล้ว อาการค่อนข้างแพ้น้อยมาก ทานได้เกือบทุกอย่าง นมทุกยี่ห้อทานได้หมด เหม็นกลิ่นแปลกๆ บ้าง โชคดีที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนเลยครับ

ที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่ง คืออาการไมเกรนที่เคยเป็นบ่อยๆ หายไปตลอด 9 เดือน มีความกังวลในเรื่องการเดิน การลุก การนั่ง เพราะภรรยา เดิมขาขวาไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว (อ่อนแรงมาตั้งแต่เด็ก) มีเรื่องให้หวาดเสียวอยู่วันหนึ่ง ช่วงที่ภรรยาท้องได้ 7 เดือนพลาดลื่นล้ม ผมใจหายวาบ! แต่เป็นการล้มที่ไม่รุนแรงนักเลยไม่เป็นอะไรมาก ตั้งแต่นั้นมาผมเข้มงวดมาก พยามยามประคับประคองระมัดระวังกันให้มากและดีที่สุด จนถึงวันคลอดครับ

Q: กรุณาเล่าเหตุการณ์ในวันคลอดให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ไม่ทราบว่าได้เข้าไปอยู่ในห้องคลอดด้วยรึเปล่าคะ
ภรรยาใช้วิธีกำหนดวันผ่าคลอด ผมเลยไม่ได้เข้าไปดูหรือว่าถ่ายวีดีโอเอาไว้ ได้แต่เป็นกำลังใจอยู่ข้างนอกตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงส่งเข้าห้องคลอด ผมเองบอกให้ภรรยาทำใจให้สบายๆ เพื่อลดอาการตื่นเต้น ตั้งจิตอธิษฐานถึงคุณพระคาถาชินบัญชร (เพราะผมและภรรยาจะสวดก่อนนอนทุกคืนอยู่แล้ว) วิธีนี้ภรรยาบอกว่าช่วยให้ความตื่นเต้นลดลงได้บ้างครับ จนเห็นหน้าลูกและได้ยินเสียงร้องเป็นครั้งแรก อาการเกรงกลัวทุกอย่างก็หายไปหมดทันที

Q: มีเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ
ก็ไม่มีเคล็ดลับอะไรพิเศษครับ ก็เลี้ยงตามแผนโบราณเหมือนที่พ่อแม่เราเลี้ยงเรามา และแผนปัจจุบันตามคนรุ่นใหม่ ผสมผสานกันไป เปิดตำรา เปิด Net หาข้อมูลดูบ้างก็มี ดูจากประสบการณ์ของพ่อแม่ท่านอื่นบ้างก็ม เลือกเอาสิ่งดีๆ และเห็นว่าเหมาะว่าควรก็นำมาใช้ครับ

Q: พอใจกับชีวิตครอบครัวที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้มากน้อยแค่ไหนคะ และมีส่วนใดบ้างที่อยากเพิ่มมากขึ้น หรือลดลง
เบื้องต้นก็พอใจแล้วครับ เพราะชีวิตเริ่มต้นจากการนับ 0 นับ 1 ปัจจุบันความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ การวางแผนในการใช้จ่ายก็คงจะต้องรอบคอบมากยิ่งขึ้น อยากให้ครอบครัวมีความสุขมีเงินออมไว้ให้ลูกมากขึ้น หนี้สินลดลง มองหาแนวทางธุรกิจเสริมที่ดีๆ ไว้รองรับ เพราะเราคงไม่ได้อยู่กัน 2 คน ตา-ยาย ไปจนแก่เหมือนตลอดระยะเวลาเกือบ10 ปีที่ผ่านมา นี่เป็นความคิดเดิมๆ ที่เคยคิดๆ พูดคุยกันไว้ เพราะเรามีอีก 1 ชีวิตที่เข้ามาร่วมทางเดินกับเรา

Q: ท้ายนี้ มีอะไรอยากจะฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ บ้างมั้ยคะ
อยากให้คุณพ่อคุณแม่ เตรียมความพร้อมให้เยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงิน การงาน ด้านความรู้สึกอารมณ์ เพราะการมีลูก 1 คน การดำรงชีวิต และความคิดเปลี่ยนไปหลายอย่าง ให้เวลาและความรัก ความอบอุ่นใกล้ชิดกับเขาให้มากๆ

ค่ะ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงได้ข้อคิด และข้อมูลในอีกแง่หนึ่งจากครอบครัวของคุณสุวิช บ้างนะคะ ต้องขอขอบคุณคุณสุวิช มากๆ ค่ะ ที่สละเวลามาเป็นแขกรับเชิญ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกับเราในวันนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ


back


Contact Webmaster
maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved