เบาหวานเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ คนที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บป่วย ไม่มีความไม่สบายกายแต่อย่างใดเป็นระยะเวลานาน
จึงไม่ค่อยอยากมาพบแพทย์ตามนัด หรือ เมื่อตรวจพบแล้วว่าเป็นเบาหวานได้รับยาไปครั้งหนึ่ง ครั้งต่อๆ ไป มักจะไปซื้อยากินเอง จึงพบว่า ส่วนหนึ่งของผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานาน
และไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติอย่างสม่ำเสมอจะเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งเมื่อมีความรุนแรงมากขึ้น สามารถเกิดความเจ็บป่วยทรมานอย่างถาวร
การดูแลสุขภาพทั่วไปในชีวิตประจำวัน
- ควบคุมเบาหวานให้ระดับน้ำตาลใกล้เคียงคนปกติ
- รับประทานยาสม่ำเสมอ
- ควรจะมีการติดตามตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
- ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอครั้งละ 20-30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยเลือกประเภทการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายตนเอง
- พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การรับประทานอาหารให้เหมาะสมและการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัวได้ดี
อย่าปล่อยให้น้ำหนักขึ้นหรืออ้วน เพราะจะทำให้การควบคุมเบาหวานยากขึ้น
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-ก่อนนอน ถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้หลังมื้ออาหารทุกมื้อ ควรบ้วนปากหลังอาหารทุกครั้งเพื่อเอาเศษอาหารที่ติดค้างออกจนหมด ใช้แปรงสีฟันที่ขนไม่แข็งจนเกินไป
- อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน รักษาความสะอาดบริเวณซอกอับเป็นพิเศษ เช่น ขาหนีบ ใต้ราวนม อวัยวะขับถ่าย และหลีกเลี่ยงการอับชื้น
- ล้างเท้าด้วยน้ำธรรมดาและสบู่อ่อนๆ ทุกวัน ซับเท้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า
- สวมเสื้อผ้าแห้ง สะอาด ระบายอากาศได้ดี และควรเปลี่ยนทุกวัน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความเครียดทางอารมณ์ ในภาวะเครียด ร่างกายและฮอร์โมนต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 แก้ว
- ควรพบแพทย์สม่ำเสมอตามนัด แม้จะรู้สึกสบายดี เพื่อรับการตรวจสุขภาพและคำแนะนำที่ถูกต้อง พร้อมปรับแผนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากโรคแทรกซ้อนที่เกิดในโรคเบาหวาน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวหรือมีอาการ
สุขภาพตา
ผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลในเลือดคุมได้ไม่ดี มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนทางตาได้ง่าย เช่น ต้อกระจก ซึ่งอาจจะเกิดก่อนวัย มีการเสื่อมของจอรับสายตา จึงควรที่จะปฎิบัติดังนี้
- พบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพตา จะตรวจโดยการขยายม่านตา แม้ว่าสายตายังมองเห็นชัดดี ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ควรเริ่มได้รับการตรวจตาเมื่อเป็นเบาหวานมาแล้ว 5 ปี ขึ้นไป
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรได้รับการตรวจตาตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน
- การตรวจโดยการขยายม่านตา จะทำให้ผู้ได้รับการตรวจมีอาการตามัว 3-4 ชั่วโมงหลังจากตรวจแล้ว จึงไม่ควรขับรถมาเองในวันที่ตรวจตา หรืออาจจะมีญาติมาด้วยเพื่อที่จะพากลับบ้านได้สะดวก
- ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน ควรได้รับการตรวจตาทุก 3 เดือน
การตรวจวัดสายตาประกอบแว่น ทั้งสายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ ควรจะทำเมื่อควบคุมเบาหวานได้ดีแล้ว ถ้ามีอาการผิดปกติทางตา เช่น ตามัวทันที มีอาการปวดตามาก เห็นภาพหรือเส้นลอยในตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์
สุขภาพช่องปากและฟัน
ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดโรคเหงือกและฟันอักเสบมากกว่าและรุนแรงมากกว่าคนปกติ ขณะเดียวกันในผู้ป่วยที่มีโรคเหงือกและฟันอักเสบก็จะทำให้การคุมเบาหวานทำได้ยาก
- ควรได้รับการตรวจสุขภาพฟันและช่องปากจากทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
- หมั่นรักษาความสะอาดของช่องปากและฟัน แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันให้ทั่วถึง
- เมื่อมีเลือดออกบริเวณเหงือกหลังจากการรับประทานอาหาร หรือแปรงฟัน อาจจะแสดงถึงเมื่อมีการอักเสบของเหงือกหรือเมื่อมีฝ้าขาวของเชื้อราในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์
ข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง "การดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน" โดย แพทย์หญิงเกษนภา เตกาญจนวนิช อายุรแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ เมตาบอริซึ่ม
และโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ 71/3 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน พญาไท กรุงเทพ 10400 โทร. 0-2265-7777
back
| |
|