เครื่องช่วยฟังคืออะไร
เครื่องช่วยฟังคือ เครื่องขยายเสียง ขนาดเล็ก นิยมใช้กับคนที่มีปัญหาในการรับฟังเสียง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบและมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีมากขึ้น
วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ (Residual hearing) ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด
ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง
สาเหตุที่การเลือกและลองเครื่องช่วยฟังมีความจำเป็น เนื่องจาก
- มีความแตกต่างกันระหว่างเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง
- ระดับความรุนแรงของการสูญเสียระหว่างผู้ป่วยกับเครื่องช่วยฟังที่มาจากความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะทางกายวิภาค
(Anatomy ของหู และ Canal resonance)
- ประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละเครื่อง
- การปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับระดับการได้ยินและความต้องการของผู้ป่วยแตกต่างกัน
หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟังมีดังนี้ คือ
- งบประมาณ เครื่องช่วยฟังยิ่งมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงก็ยิ่งมีราคาแพง
- รูปแบบ ในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
แบบกล่อง
ข้อดี:
- ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
- กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
- ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดาหาซื้อง่าย
- ราคาถูก
ข้อเสีย:
- เสียงรบกวนมาก
- ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
- เครื่องขนาดใหญ่ มองเห็นง่าย
- ราคาถูก
แบบทัดหลังหู
ข้อดี:
- ขนาดกระทัดรัด
- คุณภาพเสียงดีขึ้น
- ราคาปานกลาง
ข้อเสีย:
- คล้องหู เกะกะ
- ไม่สะดวกสำหรับผู้สวมแว่นตา
- ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
- ถ่านมีอายุค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2 สัปดาห์/ก้อน)
แบบใส่ในช่องหู
ข้อดี:
- ขนาดเล็ก กระทัดรัด สวยงาม
- คุณภาพเสียงดี
- เครื่องใส่ในหูซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติที่สุด
ข้อเสีย:
- ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
- ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2 สัปดาห์/ก้อน)
- ราคาแพง
- ระบบคุณภาพเสียง ระบบคุณภาพเสียง มีทั้งแบบธรรมดา (Analogue) และแบบดิจิตอล (Digital)
Analogue
เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามา จึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ใช้งาน
Digital
เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟัง สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ
- กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
การเลือกหูเพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง
ปัจจุบันการได้ยินเสียง ยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าการได้ยินหูเดียว โดยการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์ ดังนี้
- ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing - Localizing sound)
- สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้น เมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score ดีขึ้น)
- ใช้ความดังลดลง
- คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟัง หรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
- หูทั้ง 2 ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน
แต่อย่างใดก็ตาม บางครั้งผู้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้างบางรายการอาจไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง 2 หูดังนั้น
จึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องในหูข้างใดที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด โดยท่านสามารถขอข้อมูลของเครื่องช่วยฟัง
ได้จากแพทย์หู คอ จมูก หรือ นักโสตสัมผัสวิทยา (นักแก้ไขการได้ยิน) เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดก่อนตัดสินใจใช้เครื่องช่วยฟัง
ที่มาข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง "หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง"
โดย โดย ฐิติมา หาญโชคชัยสกุล หัวหน้าหน่วยตรวจการได้ยิน-โสตสัมผัสและการพูด โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก ถนนสิรินธร บางพลัด กรุงเทพ
โทร: 02 886 6600 ต่อ 6001
back
| |
|