Poj

Ploy
ชีวิตและสุขภาพ >โรคน่ารู้

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง



เครื่องช่วยฟังคืออะไร

เครื่องช่วยฟังคือ เครื่องขยายเสียง ขนาดเล็ก นิยมใช้กับคนที่มีปัญหาในการรับฟังเสียง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบและมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีมากขึ้น

วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ (Residual hearing) ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง


สาเหตุที่การเลือกและลองเครื่องช่วยฟังมีความจำเป็น เนื่องจาก

  1. มีความแตกต่างกันระหว่างเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง

  2. ระดับความรุนแรงของการสูญเสียระหว่างผู้ป่วยกับเครื่องช่วยฟังที่มาจากความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะทางกายวิภาค (Anatomy ของหู และ Canal resonance)

  3. ประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละเครื่อง

  4. การปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับระดับการได้ยินและความต้องการของผู้ป่วยแตกต่างกัน

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟังมีดังนี้ คือ

  1. งบประมาณ เครื่องช่วยฟังยิ่งมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงก็ยิ่งมีราคาแพง

  2. รูปแบบ ในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน

    แบบกล่อง

    ข้อดี:
    • ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
    • กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
    • ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดาหาซื้อง่าย
    • ราคาถูก

    ข้อเสีย:
    • เสียงรบกวนมาก
    • ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
    • เครื่องขนาดใหญ่ มองเห็นง่าย
    • ราคาถูก

    แบบทัดหลังหู

    ข้อดี:
    • ขนาดกระทัดรัด
    • คุณภาพเสียงดีขึ้น
    • ราคาปานกลาง

    ข้อเสีย:
    • คล้องหู เกะกะ
    • ไม่สะดวกสำหรับผู้สวมแว่นตา
    • ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
    • ถ่านมีอายุค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2 สัปดาห์/ก้อน)

    แบบใส่ในช่องหู

    ข้อดี:
    • ขนาดเล็ก กระทัดรัด สวยงาม
    • คุณภาพเสียงดี
    • เครื่องใส่ในหูซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติที่สุด

    ข้อเสีย:
    • ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
    • ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2 สัปดาห์/ก้อน)
    • ราคาแพง

  3. ระบบคุณภาพเสียง ระบบคุณภาพเสียง มีทั้งแบบธรรมดา (Analogue) และแบบดิจิตอล (Digital)

    Analogue
    เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามา จึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ใช้งาน

    Digital
    เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟัง สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ


  4. กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้


การเลือกหูเพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง

ปัจจุบันการได้ยินเสียง ยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าการได้ยินหูเดียว โดยการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์ ดังนี้

  1. ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing - Localizing sound)

  2. สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้น เมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score ดีขึ้น)

  3. ใช้ความดังลดลง

  4. คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

  5. รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟัง หรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา

  6. หูทั้ง 2 ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน

แต่อย่างใดก็ตาม บางครั้งผู้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้างบางรายการอาจไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง 2 หูดังนั้น จึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องในหูข้างใดที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด โดยท่านสามารถขอข้อมูลของเครื่องช่วยฟัง ได้จากแพทย์หู คอ จมูก หรือ นักโสตสัมผัสวิทยา (นักแก้ไขการได้ยิน) เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดก่อนตัดสินใจใช้เครื่องช่วยฟัง


ที่มาข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง "หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง" โดย โดย ฐิติมา หาญโชคชัยสกุล หัวหน้าหน่วยตรวจการได้ยิน-โสตสัมผัสและการพูด โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก ถนนสิรินธร บางพลัด กรุงเทพ โทร: 02 886 6600 ต่อ 6001



back




Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved