โรคหัวใจมีอาการอย่างไร และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์โรคหัวใจ
โรคหัวใจเป็นคำรวมๆ ที่หมายถึง โรคของระบบหัวใจไม่ได้เป็นชื่อโรคเฉพาะ เนื่องจากหัวใจมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อ ลิ้น เยื่อหุ้ม และระบบการนำไฟฟ้า
หากมีความผิดปกติของระบบใดก็จะทำให้เกิดโรคได้ เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจเต้นผิดปกติ เป็นต้น
ผู้ที่มีโรคหัวใจ จำเป็นต้องมีอาการทุกคนหรือไม่?
คำตอบคือ "ไม่" ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติเลยก็ได้ ถ้าโรคหัวใจนั้นยังไม่รุนแรง หรือเพิ่งเป็นในระยะแรก จะตรวจพบเมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี หรือพบแพทย์ด้วยสาเหตุอื่น เช่น
เอ็กซ์เรย์พบหัวใจโต ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบความผิดปกติ หรือมีเสียงหัวใจผิดปกติ
ฉะนั้น ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจก็ควรพบแพทย์ เพื่อประเมินเป็นระยะๆ ว่า
มีโรคหัวใจซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่จัด โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ เป็นต้น
อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคหัวใจ
ก่อนอื่นต้องบอกว่า อาการที่จะกล่าวต่อไปนี้ อาจไม่จำเป็นต้องเกิดจากโรคหัวใจก็ได้ อาจพบอาการแบบเดียวกันนี้ได้กับโรคอื่นๆ เช่น โรคของปอด ไต เป็นต้น
บางครั้งอาจเป็นอาการเนื่องจากความเครียด วิตกกังวล แล้วทำให้มีอาการเหมือนโรคหัวใจ ก็ได้
อาการที่พบบ่อย
- อาการเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง เกิดจากสมรรถภาพการทำงานของหัวใจลดลง โดยปกติในขณะออกแรง หัวใจต้องทำงานมากขึ้น หากมีโรคหัวใจอยู่ หัวใจจะไม่สามารถเพิ่ม
การทำงานได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จึงเกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ถ้าโรคหัวใจเป็นรุนแรง อาจมีอาการเหนื่อยขณะพักอยู่เฉยๆ บางครั้ง นอนราบไม่ได้ต้องใช้หมอนหนุนสูง
หรือตื่นขึ้นมาหอบเวลากลางคืน
- อาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็นผลจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือตาย อาการแน่นกลางอก จะเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับ มักจะเป็นเวลาออกกำลังกาย
หรือเวลาที่หัวใจต้องทำงานมากขึ้น ต้องการเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากหลอดเลือดตีบหรือตัน ดังนั้น จึงไม่สามารถส่งเลือดมาหล่อเลี้ยงได้เพียงพอ ในรายที่เป็นโรครุนแรง
หรือโรคกำเริบขึ้นมา อาจมีอาการแน่นหน้าอกขณะพักอยู่เฉยๆ ได้
- อาการใจสั่น เต้นผิดจังหวะ เกิดจากความผิดปกติในระบบไฟฟ้าของหัวใจ ปกติขณะพัก หัวใจคนเราจะเต้นประมาณ 60 - 100 ครั้งต่อนาที ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ถ้าหัวใจเต้นกระโดด
ไม่สม่ำเสมอ หรือเต้นเร็วเหมือนขณะที่วิ่งอยู่ ทั้งๆ ที่ความจริงในขณะนั้นนั่งพัก ไม่ได้ออกแรงอะไรก็จะมีอาการใจสั่นได้
- อาการเป็นลมหน้ามืด หมดสติชั่วคราว แล้วฟื้นขึ้นมาได้เอง อาจมีสาเหตุจากโรคหัวใจได้ เช่น หัวใจเต้นช้ามาก หรือเร็วมากเกินไป ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
เมื่อหัวใจกลับมาเต้นตามปกติ จึงฟื้นกลับมาได้
- บวมขาและเท้า กดแล้วมีรอยบุ๋ม เป็นผลจากภาวะหัวใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวอาจเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคไต ผลของยาบางอย่าง เป็นต้น
การพบแพทย์ ในระยะที่โรคยังแป็นไม่มาก จะทำให้การวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง สามารถป้องกันได้ในการลุกลามของโรคหัวใจ จะได้ประโยชน์กว่าที่จะวินิจฉัย
หรือรักษาเมื่อโรคถึงระยะรุนแรงแล้ว
ข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง "โรคหัวใจ ใกล้ตัวคุณ" แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1
364/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. 02 640-1111
back
| |
|