Poj

Ploy
ชีวิตและสุขภาพ > สุขภาพจิต
โรคไวรัสตับอักเสบเอ


โรคไวรัสตับอักเสบเอ

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูงมาก จากการศึกษาพบว่า

  • ถ้าอยู่ในแซนด์วิชที่เก็บในตู้เย็น สามารถอยู่ได้หลายเดือน
  • มีความคงทนในน้ำเป็นเวลาหลายเดือน
  • คงทนต่อ 3%NaCl หรือน้ำทะเลเป็นเหตุให้พบเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้ในอาหารทะเล
  • ทนต่อความร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ความร้อนที่จะทำลายได้  ต้องมากกว่า 80 องศาเซลเซียส รวมทั้งความร้อนในไมโครเวฟ

 

ระบาดวิทยาของตับอักเสบไวรัสเอ  จากการศึกษาของหน่วยปฏิบัติการวิจัยไวรัสตับอักเสบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พบว่า 70-90% ของคนอายุน้อยกว่า 30 ปี ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอ

 



การติดต่อ


โรคตับอักเสบเอ  ติดต่อได้โดยเชื้อไวรัสจะถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระผู้ป่วยและถ่ายทอดไปยังผู้อื่น โดยการรับประทานเอาเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนในน้ำดื่ม หรืออาหารเข้าไปในร่างกาย มีระยะฟักตัว 15 – 45 วัน (โดยทั่วไปประมาณ 25-30 วัน)  ในช่วงระยะท้ายของการฟักตัวจะพบเชื้อไวรัสขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ  การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เป็นไปได้ทั้งแบบมีอาการและแบบไม่มีอาการ

อาการจะเริ่มด้วย เพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน อาจมีไข้  และปัสสาวะมีสีเข้ม  ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง อาหารของโรคจะกินระยะเวลา 2-4 สัปดาห์

 

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคตับอักเสบไวรัสเอ 

 

ที่อาจเกิดตามมา ได้แก่

  • ตับอักเสบชนิดกลับเป็นวำ (Relapsing hepatitis)
  • อาหารตัวเหลืองยาวนาน (Prolonged cholestasis)
  • ตับวาย (Fulminant hepatitis)

 

ผลกระทบที่ตามมาของผู้เป็นโรคตับอักเสบไวรัสเอ



  • รู้สึกไม่สบายจากการเป็นโรคซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาด้วย
  • เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งจะเสียมากขึ้นกรณีมีภาวะแทรกซ้อนด้วย
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
  • ต้องหยุดงานจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • แพร่เชื้อให้ผู้อื่น
  • ถ้ามีการระบาดของโรคตับอักเสบไวรัสเอ จากพนักงานที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารของสถานบริการ จะมีผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสถานประกอบการ

 

การป้องกันโรคตับอักเสบไวรัสเอ

โดยทั่วไปต้องปฏิบัติเคร่งครัดในเรื่องของสุขอนามัย เช่น อาหารปรุงสุก น้ำสะอาด และความสะอาดส่วนบุคคล เช่นการล้างมือ ก่อนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะต่างๆ จากการเป็นโรคดังที่กล่าวมา คือ การป้องกันด้วยวัคซีน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้มีการฉีดกับบุคคลที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือบุคลากรที่มีโอกาสติดเชื้อและแพร่กระจายให้คนอื่น ตัวอย่าง เช่น ผู้ที่ทำหน้าที่ปรุงอาหาร หรือเกี่ยวข้องกับอาหาร บุคลากรในสถานเลี้ยงเด็ก คนงานเก็บขยะ ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับเรื้อรัง เป็นต้น

 

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

มีการใช้อย่างแพร่หลายมากว่า 10 ปี แล้ว  พบว่า มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคดี และปลอดภัย โดยฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน  ภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีน คาดว่า จะอยู่ได้นานไม่ต่ำกว่า 20 ปี







back




Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved