 |
ภาวะกระดูกพรุน
กระดูกเป็นแหล่งที่สะสมของแคลเซียม ร่างกายจะปรับสภาพความสมดุลของปริมาณแคลเซียมในเลือดให้คงที่อยู่เสมอ ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมมีแคลเซียมไม่เพียงพอ กลไกการควบคุมในร่างกายจะสลายแคลเซียมจากเนื้อกระดูกเพื่อรักษาสภาพสมดุลของแคลเซียมในเลือดไว้ ทำให้ความแน่นของเนื้อกระดูกลดลง เกิดภาวะกระดูกพรุน หรือกระดูกโปร่งบาง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดการกระดูกหักได้ง่าย แม้ว่าจะได้รับแรงกระแทกเพียงเบาๆ เท่านั้น เช่น กระดูกสันหลังทรุด เนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้ทำให้ส่วนสูงลดน้อยลง มีหลังโค้งงอและปวด
กระดูกพรุน คืออะไร
กระดูกพรุนคือ ภาวะที่มีการลดลงของเนื้อกระดูก เนื้อกระดูกอาจลดลงเองตามอายุที่เพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะหญิงที่ขาดประจำเดือน) หรือ ลดลงจากากรทำลายของโรคบางชนิด
กระดูกพรุน มักไม่มีอาการแสดงสำคัญนอกจาก ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย แต่จะทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย แม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเบาๆ ตำแหน่งกระดูกหักที่พบได้บ่อย คือ กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง
การสร้างกระดูกเริ่มขึ้น ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา เมื่อเด็กอายุ 16 - 17 ปี อันเป็นช่วงที่กระดูกจะมีการพัฒนาเติบโตเต็มที่ ปริมาณเนื้อกระดูกควรได้รับการสะสมให้มีปริมาณมากที่สุดเพื่อเป็นธนาคารกระดูกสำหรับรอการเสื่อมสลายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ปริมาณเนื้อกระดูกจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนอาจถึงจุดวกฤตเมื่ออายุ 60 - 70 ปี ในสตรีฮอร์โมนเพศเป็นตัวสำคัญของการเกิดกระดูกพรุน เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนขาดหายไป กระดูกทั่วร่างกายจะพรุนไปเรื่อยๆ
การป้องกันภาวะกระดูกพรุน
สามารถลดอัตราการเกิดกระดูกหัก หรือกระดูกสันหลังทรุด โดยเฉพาะในคนสูงอายุ และหญิงวัยหมดประจำเดือนได้ การป้องกันภาวะกระดูกพรุนคือ การสะสมเนื้อกระดูกให้มีความหนาแน่นสูงสุด และพยายามชะลอการสลายของเนื้อกระดูกให้เกิดช้าที่สุด ซึ่งช่วยได้โดยการรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมให้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และแต่ละวัย ให้ร่างกายได้รับวิตะมินอย่างเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
การป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่สำคัญ
แบ่งเป็นระยะ ได้แก่
- การป้องกันในวัยรุ่น เน้นให้มีการสะสมเนื้อกระดูกให้มากที่สุด
- การป้องกันก่อนหมดประจำเดือน โดยพยายามรักษาปริมาณเนื้อกระดูกให้คงเดิมให้มากที่สุด
- การป้องกันหลังหมดประจำเดือน โดยเน้นการชะลอการถดถอยของเนื้อกระดูก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่อาจเกิดขึ้นบ่อยดังกล่าวข้างต้น และจำเป็นต้องเน้นการรักษาภาวะกระดูกพรุนซึ่ง ได้แก่ การรักษาอาการปวด ลดการทำลายกระดูก และ กระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูก
แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันกระดูกพรุน
แนวทางการปฏิบัติ มีดังนี้
1. เพิ่มสารแคลเซียมให้ได้ปริมาณที่ร่างกายต้องการคือ ประมาณ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเลือกกินอาหารที่มีสารแคลเซียม เช่น นม, ปลาตัวเล็ก, ปลากระป๋อง, เนยแข็ง, ผักใบเขียว, ผลไม้ และกินยาเสริม
2. เพิ่มการดูดซึมสารแคลเซียม โดยการเพิ่มวิตามินดี ในรูปของอาหารหรือยา อาหารที่มีวิตามินดีสูง ได้แก่ นม, น้ำมันตับปลา, เนยแข็ง, เนย, ไข่ และตับ เป็นต้น การตากแดดจะเพิ่มการสังเคราะห์วิตามินดี ทางผิวหนัง แคลเซียมถูกดูดซึมดีกว่าในรูปของยาละลายน้ำ ควรกินแคลเซียมหลังอาหารเพื่อกระตุ้นกรดในกระเพาะอาหารให้หลั่งออกมาย่อยแคลเซียม ยาเคลือบกระเพาะอาหารทำให้เกิดภาวะเป็นด่าง อันจะทำให้การดูดซึมลดลง
3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่, ดื่มเหล้า,และยาบางอย่าง เช่น ยาลูกกลอน, ยากันชัก
4. ดื่มน้ำที่มีสารฟลูออไรด์
5. ออกกำลังกายเพื่อให้ระบบกล้ามเนื้อกระดูกแข็งแรง ระบบหัวใจและปอดมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น
6. หญิงที่ขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนหมดก่อนวัยอันควร ควรได้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริม โดยได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน
- ในเด็กประมาณ 800 - 1,500 มิลลิกรัม
- ในวัยทำงานประมาณ 1,000 มิลลิกรัม
- ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้กินฮอร์โมนเอสโตรเจน ควรได้ประมาณ 1,500 มิลลิกรัม
- ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินฮอร์โมนเอสโตรเจน ควรได้ประมาณ 1,000 มิลลิกรัม
- ในผู้สูงอายุประมาณ 1,000 - 1,500 มิลลิกรัม
ปริมาณสารแคลเซียม (มิลลิกรัม) ในอาหารน้ำหนัก 100 กรัม
กุ้งแห้งตัวเล็ก 2305
ใบมะกรูด 1672
กะปิ 1563
กุ้งฝอย 1339
งาดำ ดิบ 1100
ถั่วแดงหลวง ดิบ 965
ใบชะพลู 601
ใบยอ 469
ฝักมะขามสด 429
ยอดแค 395
ผักกะเฉด 387
ยอดสะเดา 354
ใบโหระพา 336
ผักคะน้า 245
ปูทะเล 205
ถั่วลันเตา 171
ปลาทู 170
มะกอกไทย 161
มะเขือพวง 158
เมล็ดพริกไทยอ่อน 152
ไข่เป็ด 156
มะขามหวาน 141
ยอดกระถินอ่อน 137
หอยแครง 134
ปูม้า 127
ใบตำลึง 126
ไข่ไก่ 126
ปลากระบอก 108
พริกชี้ฟ้าเขียว 103
มันเทศสีเหลือง 98
เผือก 84
ปลาสลิด 70
ดอกโสน 51
ส้มเขียวหวาน 30
ถั่วงอก 27
เนื้อหมู -
เนื้อไก่ -
ข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ทางสุขภาพ เรื่อง กระดูกพรุน (Osteroporosis) โดยโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ 34/40 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพ ฯ 10210 โทร. 02-574-5000-9
back
|