Poj

Ploy

  ชีวิตและสุขภาพ > บทความน่าสนใจ

บาดเจ็บทางการกีฬา
และการปฐมพยาบาล


ภาพจาก: อินเตอร์เน็ต


การบาดเจ็บทางการกีฬาเกิดขึ้นได้หลายแบบ บางชนิดนักกีฬา หรือผู้ฝึกสอนสามารถรักษาพยาบาลกันเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางแพทย์แต่อย่างใด บางชนิดจำเป็นต้องอาศัยแพทย์เป็นผู้บำบัดรักษาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแม้จะเป็นบาดเจ็บที่ต้องรับการรักษาจากแพทย์ แต่ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีก่อนที่จะมีแพทย์มาดูหรือไปถึงมือแพทย์ ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระของแพทย์ ทำให้การรักษาง่ายขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ผิดวิธี อาจทำให้บาดเจ็บน้อยกลายเป็นบาดเจ็บมาก และรักษาได้ยากขึ้น ดังมีตัวอย่างเสมอในบ้านเรา ซึ่งไม่สามารถจะมีแพทย์ประจำสนามได้ทุกครั้งที่มีการฝึกซ้อม หรือแข่งขัน

เพื่อให้นักกีฬาและผู้ฝึกสอนสามารถให้การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องได้เอง เมื่อประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ โดยที่ไม่มีแพทย์หรือพยาบาลในที่นั้น จะขอกล่าวถึงบาดเจ็บเฉพาะที่พบบ่อยๆ และการปฐมพยาบาล เท่าที่สามารถทำได้เองเป็นข้อๆ ไป


  1. ตะคริว

    เป็นบาดเจ็บไม่รุนแรงซึ่งนับได้ว่าพบบ่อยที่สุด อาการเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากกล้ามเนื้อเอง และจากสาเหตุภายนอก กล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนมาดี และมีการเตรียมพร้อมก่อนใช้แรงเพียงพอ ย่อมไม่เกิดตะคริวได้ง่าย

    ตรงกันข้าม กล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนยังไม่ดีพอและเตรียมพร้อมไม่พอ จะมีการคั่งของของเสีย จากการทำงานในกล้ามเนื้อ และการขาดอาหาร ออกซิเจน และเกลือแร่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริว ได้ง่าย สาเหตุภายนอก ได้แก่ ดินฟ้าอากาศ ความหนาว ฝน ความชื้น ซึ่งมีผลให้กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพไม่พร้อม


    การปฐมพยาบาล

    การหดเกร็งของกล้ามเนื้อสามารถคลายออกได้โดยการใช้กำลังยึดกล้ามเนื้อตามทิศทางการทำงาน ของกล้ามเนื้อ ตัวอย่างกล้ามเนื้อน่องซึ่งทำหน้าที่เหยียดปลายเท้า ขณะเป็นตะคริวจะหดเกร็งและ ทำให้ปลายเท้าเหยียดการใช้กำลังดันปลายเท้าเข้าหาเข่า โดยค่อยๆ เพิ่มกำลังดัน จะช่วยเหยียดกล้ามเนื้อน่องได้ การใช้ของร้อนประคบหรือถูนวดเบาๆ จะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อคลายและมีกำลังยืดหดได้อีก ถ้าเป็นพร้อมกันหลายแห่ง สาเหตุมักเกิดจากการขาดน้ำ อาหาร เกลือแร่ ในกล้ามเนื้อ การให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วย ให้น้ำผสมเกลือแกงดื่มเป็นระยะๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายการเกร็งได้เร็วขึ้น



  2. ฟกช้ำ

    เกิดจากการกระทบกระแทกโดยของที่ไม่มีคม ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ หรือลึกลงไปถึงชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ระยะแรกเมื่อเลือดยังไม่ซึมออกมาก อาจไม่พบมีการเปลี่ยนแปลง สีของผิวหนังหรือบวมขึ้น แต่การปฏิบัติในทันทีที่เห็นมีการกระแทกรุนแรง จะช่วยไม่ให้มีการฟกช้ำเกิดขึ้นมากได้


    การปฐมพยาบาล

    ใช้ของเย็นประคบบริเวณที่ถูกกระแทก อย่าเพิ่งถูนวด ถ้าเป็นบริเวณที่ติดกับกระดูก เช่น หน้าแข้ง หนังศีรษะ อาจใช้ผ้าพันให้แน่น หลัง 24 ชั่วโมงแล้วจึงใช้ของร้อนและถูนวดเบาๆ ได้ เพื่อให้เลือดที่คั่งกระจายแลดูดซึมกลับได้เร็ว ปัจจุบันมียาเป็นครีมหลายชนิดที่ช่วยให้ฟกช้ำยุบหายได้เร็วขึ้น แต่ควรต้องขอคำแนะนำในการใช้จากแพทย์เป็นรายๆ ไป



  3. เคล็ด แพลง

    เป็นบาดเจ็บที่เกิดตามข้อต่างๆ เนื่องจากมีการยึดของเยื่อหุ้ม หรือเอ็นบางส่วนของข้อมากเกินไป อาการมากน้อยแล้วแต่ความรุนแรง โดยทั่วไปจะปวดมาก เคลื่อนไหวข้อไม่ได้ ถูกจะเจ็บ ต่อมาจะบวม


    การปฐมพยาบาล

    ต้องทำก่อนมีเลือดมาคั่งมาก ใน 24 ชั่วโมงแรกใช้ความเย็นประคบ แล้วใช้ผ้ายึดพันเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวได้มาก พยายามอย่าใช้ข้อนั้นอีก หลัง 24 ชั่วโมงไปแล้ว ใช้ความร้อนประคบได้ และนวดประกอบเบาๆ อาจใช้ยาแบบเดียวกับฟกช้ำ เมื่อบวมยุบแล้ว อนุญาตให้ใช้ข้อได้บ้าง แต่ต้องเริ่มใช้เบาๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด

    การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธีและพบเสมอ คือ การใช้ความร้อนประคบและนวดรุนแรงทันที พบว่าบางครั้งทำให้มีเลือดออกมากขึ้น และคั่งในข้อจนถึงกับต้องให้แพทย์เจาะออก ในรายนี้จะรักษาหายช้ากว่าเดิมมาก

    บางครั้งการแพลงอาจรุนแรงมีการกระชากเอากระดูกชิ้นเล็กๆ แตกออกมาด้วย กรณีนี้ต้องส่งให้แพทย์ทำการเอกซเรย์และรักษาให้ถูกต้อง



    ภาพจาก: www.ed.ac.uk


  4. กล้ามเนื้อฉีก

    เกิดจากการยืดตัวมากเกินไปของกล้ามเนื้อ เพราะออกแรงเกินกำลัง ทำให้มีการขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อมากน้อย แล้วแต่ความรุนแรง พบมากในนักวิ่งเร็ว ที่บริเวณต้นขา

    อาการคือ เจ็บปวดบริเวณที่มีการฉีกขาด ระยะแรกอาจพบมีรอยบุ๋มลงไป เนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนต้นและปลาย ของอันที่ขาดหดตัวกลับ (เฉพาะรายที่มีการฉีกขาดมาก) ถูกบริเวณนั้นจะเจ็บมาก และไม่สามารถจะใช้กล้ามเนื้อนั้นได้


    การปฐมพยาบาล

    ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่พักกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บให้มากที่สุด ถ้ามีพลาสเตอร์ก็ใช้ติดจากส่วนบนของกล้ามเนื้อ มายังส่วนล่างหลายๆ ชั้น แล้วพาดขวางอีกหลายๆ ชิ้น แล้วใช้ผ้ายึดรัดอีกชั้นหนึ่ง การใช้ของเย็นประคบใน 24 ชั่วโมงแรกช่วยไม่ให้มีเลือดออกมากในกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นต้องพักการใช้กล้ามเนื้อจนไม่มีความเจ็บปวดอีก จึงเริ่มให้ออกกำลังเบาๆ ในระดับที่ไม่มีความเจ็บปวด และค่อยๆ เพิ่มขึ้น



  5. ข้อเคลื่อนหลุด

    เกิดจากการที่หัวกระดูกหลุดออกจากที่เคยอยู่ อาจเนื่องจากเยื่อหุ้มข้อขาด หรือถูกยืดมากเกินไป

    อาการ: อาการส่วนมากที่พอเห็นได้ คือ มีรูปข้อผิดไป เคลื่อนไหวไม่ได้ ปวดมาก อาจมีบวม ขนาดของส่วนที่หลุดอาจเห็นว่ายาวหรือสั้นกว่าเดิม


    การปฐมพยาบาล

    ถ้าเคยพบและจัดให้เข้าที่ ให้ทำทันที เพราะรอไว้จะปวดมากและทำยากเพราะกล้ามเนื้อตึง แต่ถ้าไม่เคยทำหรือไม่แน่ใจ ให้ยึดส่วนที่หลุดไว้ในท่าที่เจ็บน้อยที่สุด และไม่ให้มีการเคลื่อนไหว แล้วนำไปหาแพทย์อย่างระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย ถ้าเป็นระยะทางไกลอาจใช้ยาแก้ปวด และใช้น้ำแข็งประคบเพื่อให้เจ็บน้อยลง



  6. กระดูกหัก
    เป็นเรื่องที่ต้องส่งให้แพทย์


    การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้าย

    ทำแบบเดียวกับข้อหลุด แต่ถ้ามีกระดูกหักทิ่มออกมานอกเนื้อต้องระวังเป็นพิเศษที่บริเวณแผล อย่าให้ถูกต้องของสกปรก ถ้ามีเลือดออกมากต้องรีบห้ามเลือดก่อน โดยใช้ชะเนาะรัดเหนือบริเวณที่มีเลือดออก



  7. หมดสติเพราะศีรษะกระแทก

    อันตรายเกิดจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนมากน้อยแล้วแต่ความรุนแรงและตำแหน่ง ที่ถูกกระแทกอาจมากถึงเลือดออกในสมองจนเป็นอันตรายถึงชีวิต


    การปฐมพยาบาล

    ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวเลย ให้จับนอนราบ หรือครึ่งนั่งครึ่งนอน ตะแคงศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่ง ห้ามเขย่าหรือสั่นศีรษะผู้ป่วยเป็นอันขาด ถ้าลิ้นตกไปอุดหลอดลม ผู้ป่วยจะหายใจไม่สะดวก ให้ใช้ผ้าจับลิ้นดึงออกมออกมาจับดึง ถ้าผู้ป่วยฟื้นได้เองและรู้สึกตัวดีอย่าให้เล่นต่อ แต่ให้นอนพักและใช้น้ำแข็งประคบศีรษะไว้ ถ้าผู้ป่วยไม่ฟื้นเอง หรือความจำเลอะเลือน เมื่อฟื้นแล้วให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยให้กระทบกระเทือนน้อยที่สุด



  8. เป็นลม

    นักกีฬาที่แข็งแรงย่อมไม่เป็นลมได้ง่าย ถ้าไม่เล่นหักโหมเกินกว่าที่เคยฝึกซ้อม ในกีฬาที่ใช้กำลังสูงสุดในเวลาอันสั้น นักกีฬาอาจเป็นลมเพราะใช้กำลังมากเกินไป

    อาการที่เกิด คือ ใจสั่น หน้ามืด คลื่นไส้ ตัวเย็น เหงื่อซึม หายใจเร็วไม่สม่ำเสมอ ในกีฬาที่ออกกำลังนานๆ ติดต่อกัน นักกีฬาอาจเป็นลมเพราะเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ในกรณีนี้ อาการจะคล้ายกัน แต่ผู้ป่วยจะตัวแห้งและอาจมีไข้สูง


    การปฐมพยาบาล

    ให้ผู้ป่วยนอนราบ ไม่ต้องหนุนศีรษะอาจช่วยยกเท้าให้สูงขึ้น คลายเสื้อผ้าออก อย่าให้คนมุงมาก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับอากาศบริสุทธิ์ การพยายามนวดเฟ้น เขย่าศีรษะ บังคับให้ลืมตา หรือประคองให้เดินทั้งๆ ที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ดังที่เราเคยเห็นกันในสนามนั้น ไม่ช่วยอะไรผู้ป่วยเลย แต่อาจเป็นอันตรายด้วยซ้ำ

    ในกรณีที่เกิดจากการออกกำลังกายนานๆ ผู้ป่วยตัวแห้ง ไข้สูง ต้องถอดเสื้อผ้าออก อาจใช้น้ำเย็นประคบศีรษะและเช็ดตามตัว ถ้าผู้ป่วยกระหายน้ำ ให้ดื่มน้ำผสมเกลือทีละน้อย อย่าให้ครั้งเดียวมากๆ เพราะอาจทำให้อาเจียน เมื่อผู้ป่วยหายจากอาการหน้ามืด ใจสั่นแล้วจึงยอมให้ลุกขึ้นนั่ง หรือเดินช้าๆ ได้



  9. ถูกกระแทกบริเวณท้อง

    อาการขึ้นกับความรุนแรงและตำแหน่งที่ถูกกระแทก ถ้าไม่มีอันตรายต่ออวัยวะภายใน อาจมีแค่อาการจุก ซึ่งเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อกะบังลมและกล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งทำให้หายใจไม่ออก การผายปอดจะช่วยได้ทันที ถ้ามีอันตรายต่ออวัยวะภายใน อาการจะแตกต่างกันไป แล้วแต่อวัยวะที่ได้รับอันตราย

    อาการทั่วไป คือ ปวดและกดเจ็บบริเวณกระแทก แม้พักผ่อนแล้วก็ไม่หายไป ถ้ามีการกระแทกของอวัยวะภายใน อาการปวดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจมีอาการช็อคเพราะเลือดตกใน หรือมีไข้ขึ้นสูงเนื่องจากเยื่อบุช่องท้องอักเสบ


    การปฐมพยาบาล

    ถ้าสงสัยมีอันตรายต่ออวัยวะภายใน เช่น กระเพาะ ลำไส้ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลในท่าที่ผู้ป่วยเจ็บน้อยที่สุด ห้ามนวดเฟ้นเป็นอันขาด อย่าให้อาหารและน้ำทางปากก่อนไปถึงโรงพยาบาล




ที่มาข้อมูล: เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง "บาดเจ็บทางการกีฬาและการปฐมพยาบาล" โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย




ข่าวสุขภาพ




maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved