 |
วัณโรค เป็นโรคเก่าแก่ที่รู้จักกันว่าเป็นโรคติดต่อ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดวัณโรคได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
แต่ที่ป่วยกันมากที่สุด คือ "วัณโรคปอด" ที่มักแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้
วัณโรคยังร้ายแรงเพียงใด
เมื่อเปรียบเทียบกับโรคติดต่อชนิดอื่นๆ เช่น โรคอุจจาระร่วง ไข้หวัด ไข้เลือดออก พยาธิลำไส้ พยาธิใบไม้ตับ ฯลฯ
วัณโรคมีผู้ป่วยน้อย แต่ก็ทำให้คนตายมากที่สุด เมื่อเทียบกับโรคติดต่อ หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่ดูแพร่หลายชุกชุมกว่า
วัณโรคปอด ยังเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากสาเหตุ ดังต่อไปนี้
- เป็นโรคติดต่อแพร่เชื้อเรื้อรัง ถึงตายได้ ถ้าไม่รักษา
- รักษายาก แบบเดิมต้องใช้เวลานาน ร่วมปีครึ่งถึงสองปี ฉะนั้นโอกาสที่จะรักษาให้ครบ ให้หายจึงมีไม่มาก
เพราะผู้ป่วยต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายมาติดต่อรับการรักษานานปี
- วัคซีน BCG ใช้ป้องกันวัณโรคได้ดีเฉพาะในเด็ก แต่ไม่ใคร่มีผลในการลดจำนวนผู้ป่วยวัณโรคในผู้ใหญ่
ซึ่งต้องได้รับการตรวจรักษาให้หาย ไม่แพร่เชื้ออีกต่อไป
การรักษาวัณโรค
ปัจจุบันมีวิธีการรักษาวัณโรคแบบใหม่ คือ การรักษาด้วยระบบยาระยะสั้น โดยการใช้ยาควบกันหลายๆ ขนาน
สามารถรักษาวัณโรคให้หายได้ ภายใน 6 เดือน
- ผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ (มีเชื้อมาก) รักษาภายใน 6 เดือน
- ผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบเชื้อวัณโรคในเสมหะ (มีเชื้อน้อย) แต่ตรวจพบโรคได้โดยการถ่ายเอกซเรย์ปอด รักษาหายภายใน 4 เดือน
การรักษาแบบใหม่ ซึ่งใช้ยาควบกันหลายขนานนี้ นับว่าดี แต่มีราคาแพง สำหรับผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย หรือขัดสนในเรื่องเงินค่ายา
ก็จะไปรับการรักษาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาล หรือสถานีอนามัย ใกล้บ้าน ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน
หรือ โรงพยาบาลใหญ่ในเขตเมือง ของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะได้รับการรักษาด้วยยาระยะสั้นเหมือนกันหมด
"การรักษาวัณโรคให้หายพ้นระยะแพร่เชื้อ คือ การป้องกัน"
จะรู้ได้อย่างไร ว่าป่วยเป็นวัณโรค?
1. มีอาการที่น่าสงสัย ได้แก่ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาจมีไข้ต่ำ เจ็บหน้าอก ที่สำคัญคือ
ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ หรือไอ มีเลือดออก เมื่อมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ต้องรีบไปรับการตรวจรักษาโดยด่วน
2. การป่วยเป็นวัณโรค จะตรวจพบได้โดยการตรวจเสมหะ และการถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด
วัณโรคเกี่ยวข้องเป็นหุ้นส่วนกับโรคเอดส์
ผู้เคยได้รับเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย จะมีโอกาสเป็นวัณโรคเพียงประมาณ 1 ใน 10 คน นอกนั้นไม่ป่วยโดยมีภูมิคุ้มกันวัณโรค
แต่ถ้าได้รับเชื้อไวรัสโรคเอดส์ ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันนั้นบกพร่อง มีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้มากกว่าปกติหลายเท่า
นั่นคือ เมื่อมีการติดเชื้อเอดส์ระบาด วัณโรคจะฉวยโอกาส ทำให้ป่วยกันยกใหญ่
ถ้ามีอาการสงสัยว่า ป่วยเป็นวัณโรค จงรีบไปรับการตรวจและรักษาให้ถ้วนทั่ว จะได้ลดการแพร่เชื้อวัณโรคในชุมชนบ้านเรา ก่อนที่เชื้อเอดส์จะระบาด
การรักษาวัณโรค ด้วยยาระยะสั้น
โรคจะหายแน่นอน โดยต้องปฏิบัติดังนี้
1. กินยาครบทุกขนาน ตามขนาดที่แพทย์สั่งทุกมื้อโดยสม่ำเสมอ
2. มาติดต่อตามนัดทุกครั้ง
3. เมื่ออาการดีขึ้นมาก อย่าตัดสินใจหยุดยาเอง เพระเชื้อวัณโรคยังไม่ตายหมด อาจทำให้เชื้อเกิดดื้อยา กลับกำเริบขึ้นอีกได้
4. กินอาหารได้ตามปกติ ควรงดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด
การป้องกันวัณโรค
1. ที่ดีที่สุดเมื่อมีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในครอบครัวหรือชุมชน คือ การได้รับยารักษาสม่ำเสมอโดยเร็วที่สุด เชื้อวัณโรคจะถูกฆ่าหมดไปไม่แพร่เชื้อ
2. ผู้อยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วย ควรไปรับการตรวจเสมหะ และเอกซเรย์ปอด
3. ผู้ป่วยวัณโรคควรปิดปากและจมูก เวลาไอ จาม บ้วนเสมหะลงในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วทำลายโดยการต้ม เผา
4. นำเด็กแรกเกิดไปรับการฉีดวัคซีน BCG
คุณสามารถไปรับการตรวจรักษาวัณโรค และรับการฉีดวัคซีน BCG ได้ตามสถานที่ ต่อไปนี้
- โรงพยาบาลชุมชน หรือสถานีอนามัย ใกล้บ้าน
- โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ
- ศูนย์วัณโรคเขต ทุกแห่ง
- สถานตรวจโรคปอดกรุงเทพฯ
- สมาคมปราบวัณโรค กรุงเทพฯ
- ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพฯ
ที่มาข้อมูล: กองวัณโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข
back
|