Poj

Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา

เด็กวัย 1 - 5 ขวบ   >

ข้อควรรู้ 11 ประการสำหรับพ่อแม่
ในเรื่องเรียนของลูก

Thaiparents.com








  1. ใส่ใจเรื่องเรียนของลูก

    ข้อแรกสำคัญมาก - คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจเรื่องการเรียนของลูก สนใจไม่พอ ต้องร่วมแรงร่วมใจ มีส่วนร่วมในการเรียน การศึกษาของลูกด้วย อย่าถือว่า เรื่องเรียน เป็นเรื่องของครู เรื่องเล่นเป็นเรื่องของพ่อแม่

    จากงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า หากพ่อแม่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกจะส่งผลให้ลูกเรียนดีขึ้น ลูกอยากมาโรงเรียนมากขึ้น ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรายอื่นๆ ในโรงเรียน ที่สำคัญมีส่วนช่วยให้ลูกตัดสินใจเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น อย่างน้อยจนจบปริญญาตรี


  2. การมีส่วนร่วมในการศึกษาของลูกมีหลายอย่างที่คุณทำได้

    การที่พ่อแม่อย่างเรา จะมีส่วนร่วมในการศึกษาของลูกนั้น มีมากมายหลายวิธี อยู่ที่ว่าคุณจะทำหรือเปล่าเท่านั้นแหล่ะค่ะ เช่น ไม่ว่าคุณจะเป็นกุมารแพทย์ หรือ เป็นชาวไร่ปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ คุณก็สามารถแบ่งปันประสบการณ์งานที่คุณทำให้เด็กๆ ในโรงรียนของลูกฟังได้ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ

    นอกจากนั้นควรให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนทุกครั้งที่โรงเรียนจัดกิจกรรมต่างๆ และควรสนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนด้วย เช่น สัปดาห์นักอ่านน้อย, งานวันพ่อ, งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ฯ


  3. ให้เวลากับลูก

    แม้ว่าคุณจะมีงานมากล้นมือ แต่ควรให้เวลากับลูกด้วยการซักถามพูดคุยกับลูก เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของลูกขณะอยู่โรงเรียน เพื่อนสนิทของลูกเป็นอย่างไรบ้าง ตรวจดูการบ้านลูกด้วยความสนใจ ชื่นชมรายงานที่ลูกทำขึ้น ถามความเห็นเกี่ยวกับภาพที่ลูกวาด ว่ามีความหมายอย่างไร ทำไมถึงวาดภาพนี้ ฯ


  4. ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน

    โรงเรียนจะยินดีมาก หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ไม่ว่าจะในฐานะผู้ปกครองอาสาสมัคร หรือเป็นสมาชิกสมาคมผู้ปครอง มาประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่โรงเรียนเชิญ หรือ กรอกแบบสอบถามที่โรงเรียนต้องการทราบข้อมูลเพื่อประโยชน์ของนักเรียน เสนอแนะความคิดเห็นของคุณแก่โรงเรียน ฯ


  5. รายละเอียดของหลักสูตรและวัตถุประสงค์การเรียนรู้

    คุณควรทราบรายละเอียดของหลักสูตรและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในระดับชั้นที่ลูกของคุณเรียนอยู่ โรงเรียนควรแจ้งให้ผู้ปครองทราบอย่างชัดเจนถึงรายละเอียดและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของเด็กแต่ละระดับชั้นในแต่ละเทอมว่าเรียนอะไรบ้าง สาระการเรียนร ู้ และผลที่คาดหวังเป็นอย่างไร รวมทั้ง รายละเอียดและวิธีการเรียนการสอนในโรงเรียนเป็นอย่างไร


  6. พ่อแม่ควรรู้กฎระเบียบวินัยของโรงเรียน

    โรงเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบนโยบาย, กฎข้อบังคับและระเบียบวินัยของโรงเรียนว่ามีอะไรบ้าง นโยบายความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอย่างไร หากมีนักเรียนที่ประพฤติผิดวินัยหรือเกเร โรงเรียนมีนโยบายในการจัดการกับเด็กเหล่านี้อย่างไร และโรงเรียนมีวิธีในการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนเชื่อฟังและมีความรับผิดชอบ รวมทั้งประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยอย่างไรบ้าง


  7. การเรียนของลูกเป็นอย่างไร

    โรงเรียนควรรายงานผลการเรียนให้คุณทราบ ไม่ว่าจะเป็นทางการ หรืออย่างไม่เป็นการ เช่น สมุดสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง, สมุดพกรายผลการเรียนแต่ละเทอม และรายปี เพื่อให้คุณทราบว่าลูกมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ วิทยาศาตร์ ศิลปะ และวิชาอื่นๆ ลูกมีผลการเรียนเป็นอย่างไร มีถนัดในด้านใด มีการขาดเรียนกี่ครั้ง ผลการเรียนโดยเฉลี่ยแต่ละวิชาของนักเรียนทั้งห้องเป็นอย่างไรบ้าง ฯ


  8. การศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นเป็นอย่างไร

    โรงเรียนควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า การศึกษาต่อในขั้นสูงขึ้น ลูกคุณจะต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะสมัครเรียนต่อได้ หากโรงเรียนมีแค่ประถม 6 ลูกคุณต้องสมัครเรียนต่อโรงเรียนมัธยมศึกษาได้ที่โรงเรียนอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


  9. เรียนอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ

    ลูกคุณต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม การอ่าน การเขียน และวิชาอื่นๆ โรงเรียนควรให้คำแนะนำว่าคุณต้องช่วยเหลือลูกคุณอย่างไรบ้าง เพื่อให้ลูกมีผลการเรียนที่ดีขึ้น โรงเรียนควรเต็มใจให้ข้อมูลที่คุณต้องการทราบเกี่ยวกับโรงเรียนและการเรียนของลูกคุณ


  10. คุณควรได้รับการต้อนรับอย่างดีจากโรงเรียน

    โรงเรียนต้องเต็มใจและยินดีต้อนรับ และให้ข้อมูลที่คุณต้องการทราบ โดยไม่มีข้อกีดกันไม่ว่าในด้านฐานะ ศาสนา หรืออาชีพ แต่อย่างใด


  11. ร่วมมือกับผู้ปกครองรายอื่น

    หากคุณร่วมมือกับผู้ปกครองรายอื่นในโรงรียนเดียวกัน คุณจะสามารถได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงเรียนและโรงเรียนจะให้ความสำคัญกับพวกคุณในฐานะผู้ปกครองมากขึ้น กรณีที่โรงเรียนนั้นไม่แสดงความเป็นมิตรกับผู้ปกครองเท่าไหร่นัก


    พ่อแม่ 1 ราย = ขนมกล้วย

    พ่อแม่ 2 ราย = ขนมกล้วย + เพื่อน

    พ่อแม่ 3 ราย = พวกสร้างปัญหาชอบก่อความวุ่นวาย

    พ่อแม่ 5 ราย = "เรามานัดประชุมกัน"

    พ่อแม่ 10 ราย = "เราลองฟังพ่อแม่กลุ่มนี้หน่อยก็แล้วกัน"

    พ่อแม่ 25 ราย = "ท่านผู้ปกครองที่นับถือ"

    พ่อแม่ 50 ราย = "สมาคมผู้ปกครองที่ทรงพลัง"




เรื่องและภาพ: Thaiparents.com



back

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ภาพ: น้อง Prichaya


>> 12 จุดในบ้านที่ควรระวังอันตรายสำหรับเด็กเล็ก
>> สอนลูกรักให้รู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม
>> เรียนรู้พัฒนาการของลูกรักวัย 6 เดือน - 4 ขวบ
>> คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์
>> เทคนิคจูงใจให้ลูกรับประทานอาหาร







Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Copyright Thaiparents.com 2000
All rights reserved