Thaiparents.com

- ใส่ใจเรื่องเรียนของลูก
ข้อแรกสำคัญมาก - คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจเรื่องการเรียนของลูก สนใจไม่พอ ต้องร่วมแรงร่วมใจ มีส่วนร่วมในการเรียน การศึกษาของลูกด้วย อย่าถือว่า เรื่องเรียน เป็นเรื่องของครู
เรื่องเล่นเป็นเรื่องของพ่อแม่
จากงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า หากพ่อแม่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกจะส่งผลให้ลูกเรียนดีขึ้น ลูกอยากมาโรงเรียนมากขึ้น ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ
เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรายอื่นๆ ในโรงเรียน ที่สำคัญมีส่วนช่วยให้ลูกตัดสินใจเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น อย่างน้อยจนจบปริญญาตรี
- การมีส่วนร่วมในการศึกษาของลูกมีหลายอย่างที่คุณทำได้
การที่พ่อแม่อย่างเรา จะมีส่วนร่วมในการศึกษาของลูกนั้น มีมากมายหลายวิธี อยู่ที่ว่าคุณจะทำหรือเปล่าเท่านั้นแหล่ะค่ะ เช่น ไม่ว่าคุณจะเป็นกุมารแพทย์ หรือ
เป็นชาวไร่ปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ คุณก็สามารถแบ่งปันประสบการณ์งานที่คุณทำให้เด็กๆ ในโรงรียนของลูกฟังได้ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ
นอกจากนั้นควรให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนทุกครั้งที่โรงเรียนจัดกิจกรรมต่างๆ และควรสนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนด้วย เช่น สัปดาห์นักอ่านน้อย,
งานวันพ่อ, งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ฯ
- ให้เวลากับลูก
แม้ว่าคุณจะมีงานมากล้นมือ แต่ควรให้เวลากับลูกด้วยการซักถามพูดคุยกับลูก เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของลูกขณะอยู่โรงเรียน เพื่อนสนิทของลูกเป็นอย่างไรบ้าง ตรวจดูการบ้านลูกด้วยความสนใจ
ชื่นชมรายงานที่ลูกทำขึ้น ถามความเห็นเกี่ยวกับภาพที่ลูกวาด ว่ามีความหมายอย่างไร ทำไมถึงวาดภาพนี้ ฯ
- ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน
โรงเรียนจะยินดีมาก หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ไม่ว่าจะในฐานะผู้ปกครองอาสาสมัคร หรือเป็นสมาชิกสมาคมผู้ปครอง มาประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่โรงเรียนเชิญ
หรือ กรอกแบบสอบถามที่โรงเรียนต้องการทราบข้อมูลเพื่อประโยชน์ของนักเรียน เสนอแนะความคิดเห็นของคุณแก่โรงเรียน ฯ
- รายละเอียดของหลักสูตรและวัตถุประสงค์การเรียนรู้
คุณควรทราบรายละเอียดของหลักสูตรและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในระดับชั้นที่ลูกของคุณเรียนอยู่
โรงเรียนควรแจ้งให้ผู้ปครองทราบอย่างชัดเจนถึงรายละเอียดและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของเด็กแต่ละระดับชั้นในแต่ละเทอมว่าเรียนอะไรบ้าง สาระการเรียนร
ู้ และผลที่คาดหวังเป็นอย่างไร รวมทั้ง รายละเอียดและวิธีการเรียนการสอนในโรงเรียนเป็นอย่างไร
- พ่อแม่ควรรู้กฎระเบียบวินัยของโรงเรียน
โรงเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบนโยบาย, กฎข้อบังคับและระเบียบวินัยของโรงเรียนว่ามีอะไรบ้าง นโยบายความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอย่างไร
หากมีนักเรียนที่ประพฤติผิดวินัยหรือเกเร โรงเรียนมีนโยบายในการจัดการกับเด็กเหล่านี้อย่างไร
และโรงเรียนมีวิธีในการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนเชื่อฟังและมีความรับผิดชอบ รวมทั้งประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยอย่างไรบ้าง
- การเรียนของลูกเป็นอย่างไร
โรงเรียนควรรายงานผลการเรียนให้คุณทราบ ไม่ว่าจะเป็นทางการ หรืออย่างไม่เป็นการ เช่น สมุดสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง, สมุดพกรายผลการเรียนแต่ละเทอม
และรายปี เพื่อให้คุณทราบว่าลูกมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ วิทยาศาตร์ ศิลปะ และวิชาอื่นๆ
ลูกมีผลการเรียนเป็นอย่างไร มีถนัดในด้านใด มีการขาดเรียนกี่ครั้ง ผลการเรียนโดยเฉลี่ยแต่ละวิชาของนักเรียนทั้งห้องเป็นอย่างไรบ้าง ฯ
- การศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นเป็นอย่างไร
โรงเรียนควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า การศึกษาต่อในขั้นสูงขึ้น ลูกคุณจะต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะสมัครเรียนต่อได้ หากโรงเรียนมีแค่ประถม 6
ลูกคุณต้องสมัครเรียนต่อโรงเรียนมัธยมศึกษาได้ที่โรงเรียนอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
- เรียนอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ
ลูกคุณต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม การอ่าน การเขียน และวิชาอื่นๆ
โรงเรียนควรให้คำแนะนำว่าคุณต้องช่วยเหลือลูกคุณอย่างไรบ้าง เพื่อให้ลูกมีผลการเรียนที่ดีขึ้น โรงเรียนควรเต็มใจให้ข้อมูลที่คุณต้องการทราบเกี่ยวกับโรงเรียนและการเรียนของลูกคุณ
- คุณควรได้รับการต้อนรับอย่างดีจากโรงเรียน
โรงเรียนต้องเต็มใจและยินดีต้อนรับ และให้ข้อมูลที่คุณต้องการทราบ โดยไม่มีข้อกีดกันไม่ว่าในด้านฐานะ ศาสนา หรืออาชีพ แต่อย่างใด
- ร่วมมือกับผู้ปกครองรายอื่น
หากคุณร่วมมือกับผู้ปกครองรายอื่นในโรงรียนเดียวกัน คุณจะสามารถได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงเรียนและโรงเรียนจะให้ความสำคัญกับพวกคุณในฐานะผู้ปกครองมากขึ้น กรณีที่โรงเรียนนั้นไม่แสดงความเป็นมิตรกับผู้ปกครองเท่าไหร่นัก
พ่อแม่ 1 ราย = ขนมกล้วย
พ่อแม่ 2 ราย = ขนมกล้วย + เพื่อน
พ่อแม่ 3 ราย = พวกสร้างปัญหาชอบก่อความวุ่นวาย
พ่อแม่ 5 ราย = "เรามานัดประชุมกัน"
พ่อแม่ 10 ราย = "เราลองฟังพ่อแม่กลุ่มนี้หน่อยก็แล้วกัน"
พ่อแม่ 25 ราย = "ท่านผู้ปกครองที่นับถือ"
พ่อแม่ 50 ราย = "สมาคมผู้ปกครองที่ทรงพลัง"
เรื่องและภาพ: Thaiparents.com
back
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาพ: น้อง Prichaya
>> 12 จุดในบ้านที่ควรระวังอันตรายสำหรับเด็กเล็ก
>> สอนลูกรักให้รู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม
>> เรียนรู้พัฒนาการของลูกรักวัย 6 เดือน - 4 ขวบ
>> คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์
>> เทคนิคจูงใจให้ลูกรับประทานอาหาร
| |
|