Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา

เด็กวัย 1 - 5 ขวบ   >

7 วิธีพาลูกเที่ยวอย่างสบายใจ ไร้กังวล
Thaiparents.com, 5 กรกฎาคม 2553







ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มือใหม่ ขอแนะนำให้คิดว่าลูกตัวน้อยก็เหมือนเพื่อนร่วมทางคนหนึ่ง ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ ทึ่ง และอึ้ง ไปอีกแบบ

-- ยิ้ม หัวเราะ และทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องชิลล์ ชิลล์ อย่าคาดหวังอะไรมากมายนัก แล้วคุณจะรู้สึกว่าการเดินทางไปเที่ยวกับลูกตัวน้อยช่างน่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายเสียนี่กระไร

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการพาลูกน้อยไปเที่ยวให้สุขใจ


  1. ยืดหยุ่นต่อทุกสถานการณ์

    เดินทางกับเด็กไม่ว่าทางรถ ทางเรือ ไปเหนือล่องใต้ หรือทางเครื่องบิน นับเป็นประสบการณ์ที่วิเศษจนคุณลืมไม่ลง (ฟังดูเหมือนประชด แฮะ) ถ้าหากคุณทำใจให้สบาย สำหรับเด็กทารกนั้น การเห็นวิว และเสียงแปลกใหม่ จะช่วยกระตุ้นและทำความเร้าใจให้เค้าได้ดี แต่ถ้าลูกคุณเป็นเด็กวัย 1 - 2 ขวบ อาจจะรู้สึกเบื่อหน่าย ที่ต้องนั่งเฉยๆ ดูวิว ดูหนังอยู่ในรถเป็นระยะเวลานานๆ เพราะเขาไม่สามารถวิ่งเล่น หรือออกเดินสำรวจดูนู่นดูนี่ได้ดังใจปรารถนา

    ดังนั้น จึงควรจัดตารางการเดินทางให้สั้น ง่าย กระชับ เข้าไว้ เช่น "เที่ยวกัน วันละที่" วางแผนไปสถานที่เที่ยวเพียงแห่งเดียวใน 1 วัน จะทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง หากเกิดงอแงในช่วงบ่าย เพราะความเหนื่อย อยากกลับมาว่ายน้ำในสระที่พักมากกว่าไปต่ออีกที่ คุณก็สามารถสนองความต้องการของลูกได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าอีกที่ยังไม่ได้ไปเลย (เดี๋ยวมีเซ็ง...)


  2. เลือกสถานที่ท่องเที่ยว หรือที่พักที่เหมาะสมสำหรับครอบครัว

    เลือกสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พัก ที่ยินดีต้อนรับเด็กๆ และเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กเด็กแดง เช่น โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก, มีอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็ก เช่น โต๊ะปิงปอง, สนามเด็กเล่น, มีคลับจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก หรือมีสวนนก สนามหญ้าให้วิ่งเล่น เป็นต้น ถ้าไปทะเล - ควรเลือกชายหาดที่มีร่มเงาให้ลูกนั่งเล่น หลีกเลี่ยงสถานท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเต็มไปหมด เลือกโรงแรมที่ยินดีให้เด็กพักรวมกับพ่อแม่โดยไม่คิดราคาเพิ่ม หรือเสนออาหารเช้าให้ฟรีสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12-13 ขวบ


  3. เตรียมน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวสำหรับลูกระหว่างการเดินทาง ขนมขบเคี้ยว และน้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสมาชิกตัวน้อยระหว่างทาง เพราะเด็กๆ มักจะหิวน้ำบ่อยระหว่างทาง (แถมฉี่บ่อยด้วยแน่ะ) ยิ่งเป็นเด็กเล็กจะมีความอดทนรอหิวได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ ฉะนั้น หากมีขนม มีน้ำสะอาดให้ดื่มให้กินระหว่างทางจะช่วยบรรเทาอาการหิวได้บ้าง โดยเฉพาะกรณี ยังไม่ถึงที่หมาย หรือร้านอาหารเสิร์ฟช้าเพราะมีนักท่องเที่ยวมาก

    ตัวอย่างเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวสำหรับเด็ก:
    น้ำสะอาด น้ำผลไม้ นม โยเกิร์ต ฯ ข้าวเกรียบฟักทอง กล้วยฉาบ เผือกฉาบ คุ้กกี้ ลูกเกด กล้วย ขนมปังกรอบ เวเฟอร์ ซีเรียล ผลไม้สดหั่นชิ้น ฯ


  4. หาสถานที่หยุดพักเป็นระยะ

    หากคุณเดินทางไปเที่ยวด้วยรถยนต์ ควรหยุดพักเป็นระยะ อาจเป็นปั๊มน้ำมันที่มีร้านอาหารเล็กๆ ค่อนข้างสะอาด หรือจุดชมวิว เพื่อให้ลูกได้ลงจากรถมาเหยียดแข้งเหยียดขา เข้าห้องน้ำ คุณเองจะได้ไม่เพลียระหว่างขับรถ ควรติดลูกบอลลูกเล็กๆ ไปด้วย เพื่อให้ลูกได้โยนรับเล่นกัน หรือ นำหนังสือ และเกมกระดานต่างๆ มาอ่านหรือเล่นด้วยกันสักครู่


  5. ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย

    เพื่อความปลอดภัย คุณควรนำอุปกรณ์ป้องกันภัยสำหรับเด็กเล็กไปด้วย เช่น พลาสติคที่เสียบปิดเต้าปลั๊กไฟที่ไม่ใช้ในที่พัก เพื่อกันลูกเอานิ้วแหย่เข้าไป เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรนั่งเบาะนิรภัยหากเดินทางด้วยรถยนต์ และต้องมั่นใจว่าติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์อย่างถูกต้องและแน่นหนา ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าคือที่นั่งที่ไม่ควรให้เด็กนั่งโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะนั่งตักคุณแม่หรือใครก็ตาม ที่ห้ามเด็ดขาด แต่ยังฝืนทำกันอยู่ แม้ว่าจะน้อยลงมาก แต่ก็มีให้เห็น คือการให้ลูกนั่งตักคุณพ่อขณะขับรถ นอกจากจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับลูกแล้วยังทำให้คุณขับรถไม่ถนัดอีกด้วย ขอร้อง เลิกทำเถอะค่ะ

    ผู้ใหญ่และเด็กที่อายุเกิน 12 ปี ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคนแม้ว่าจะนั่งเบาะหลัง ติดแผ่นบังแดดที่กระจกด้านที่แดดส่องโดนลูกด้วย สำหรับเด็กเล็ก ควรใส่เสื้อผ้าสีสดใส สะดุดตา เผื่อเดินปะปนกับฝูงชน จะได้สังเกตได้ง่ายกันพลัดหลง


  6. จัดกระเป๋าโดเรม่อนให้ลูก

    วิธีที่จะช่วยให้ลูกแฮปปี้ระหว่างเดินทาง ควรจัดเป้ใบเล็กสำหรับลูกเพื่อบรรจุ ขนม อุปกรณ์การเขียน สมุด ดินสอ ดินสอสี ของเล่นที่ลูกชอบ เกม หนังสือนิทาน และของเล่นที่ลูกยังไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกจะได้ตื่นเต้น ประหลาดใจ (ไม่ควรให้ลูกใช้ดินสอ ดินสอสีปลายแหลม ขีดเขียนขณะกำลังเดินทางด้วยรถยนต์ หากจะให้ลูกขีดเขียนระบายสีขณะรถกำลังแล่น ควรใช้สีเทียนแทน เพราะดินสอปลายแหลมเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากรถต้องเบรคกระทันหัน)

    สำหรับเด็กวัยหัดเดิน: ควรนำเกมต่อรูปภาพ ตุ๊กตา หุ่นยนต์ หุ่นมือ กระดาษสีสด สีเทียนปลอดสารพิษ รูปลอก เทปนิทาน ฯ ติดกระเป๋าไปด้วย

    สำหรับเด็กวัยทารก: ของเล่นชิ้นใหม่ที่แวววาว กระจกส่องเล่นสำหรับเด็ก ของเล่นกรุ๋งกริ๋ง ของเล่นส่งเสียงร้องได้ ของเล่นมีเสียงดนตรี ของเล่นมีปุ่มเปิดปิด ตุ๊กตาสัตว์ขนนุ่ม กุญแจพลาสติคอันใหญ่ ของเล่นทำด้วยยางสำหรับให้ลูกกัดเล่น

    ลงมือจัดกระเป๋าโดเรม่อนสัก 1-2 อาทิตย์ก่อนวันเดินทาง เพื่อคุณจะได้ไม่รู้สึกเป็นภาระและวุ่นวาย (จนแทบหมดอารมณ์เที่ยว แฮ่ะๆ - เป็นมาแล้ว)


  7. จัดทริปสั้นๆ สำหรับซ้อมมือ

    เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและเตรียมพร้อมสำหรับการไปเที่ยวทางไกล คุณอาจขับรถพาลูกไปเที่ยวที่ใกล้ๆ ก่อนในวันเสาร์ หรืออาทิตย์ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและมีประสบการณ์การนั่งรถยนต์ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ สังเกตว่าลูกปรับตัวได้ดีแค่ไหน คุณอาจหารูปภาพสถานที่เที่ยวที่จะไปให้ลูกดูล่วงหน้า อธิบายให้ลูกฟังว่า เราจะไปไหนกัน ลูกจะได้เห็นอะไรบ้าง และจะไปทำอะไรกัน ถ้าคุณแสดงท่าทีตื่นเต้น กระตือรือร้นที่จะได้ไปเที่ยว โอกาสที่ลูกจะรู้สึกตื่นเต้นและรอคอยที่จะให้ถึงวันเดินทางเร็วๆ ย่อมมีมากทีเดียว

ไปเที่ยวให้สนุกนะคะ!



back

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ภาพ: น้อง Prichaya


>> 12 จุดในบ้านที่ควรระวังอันตรายสำหรับเด็กเล็ก
>> สอนลูกรักให้รู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม
>> เรียนรู้พัฒนาการของลูกรักวัย 6 เดือน - 4 ขวบ
>> คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์
>> เทคนิคจูงใจให้ลูกรับประทานอาหาร








มุมการกุศล : Charity area


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Copyright Thaiparents.com 2000
All rights reserved