Poj
Ploy
ความพยายามและสติปัญญาของมวลมนุษย์ทำให้เราเจริญก้าวหน้าและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายดังเช่นยุคสมัยปัจจุบัน แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับเยาวชนของเรา

เด็กวัย 1 - 5 ขวบ   >

เรียนรู้พัฒนาการของลูกรักวัย 6 เดือน - 4 ขวบ
โดย Thaiparents.com


หนูน้อยวัย 6 เดือน

หนูสามารถ:

  • นั่งเองได้ โดยมีผู้ใหญ่คอยช่วยพยุง
  • คว่ำหงายได้
  • อื้ออ้า...และส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากได้
  • เอื้อมมือคว้าของเล่นและคว้าจับคนที่คุ้นเคยได้
  • ยิ้มให้เมื่อเห็นใบหน้าของคนคุ้นเคย

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • ทำเสียงซ้ำๆ กับทารกวัย 6 เดือนทำ เช่น "หม่ำ หม่ำ...
    แล้วจะเห็นว่าลูกคุณยิ่งทำเสียง...อืออา..บ่อยขึ้น

  • พูดคุยกับลูกขณะป้อนอาหาร อาบน้ำ หรือ ขณะแต่งเนื้อแต่งตัวให้ลูก เพื่อช่วยให้ช่วงเวลาดังกล่าวมีความเพลิดเพลิน สนุกสนานมากขึ้นสำหรับลูก

  • สอนให้ลูกเรียนรู้ที่มาที่ไปของเสียงที่ลูกได้ยิน ด้วยการพูดคุยกับลูกเพื่อเป็นการบอกเล่าให้ลูกรับรู้ เช่น...
    "แน่ะ...เสียงคุณพ่อเรียกลูกแน่ะจ้ะ...."
    "ลูกได้ยินเสียงหมาเห่ามั้ยจ๊ะ"
    "เสียงกริ่งที่ประตูหน้าบ้านดังจ้ะ ไปดูกันดีกว่าว่าใครมาหาเรา"



หนูน้อยวัย 12 เดือน

หนูสามารถ:

  • คลานได้และเกาะโซฟาเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืนเองได้
  • เลียนเสียงคุณแม่และเลียนแบบสีหน้าของคุณแม่เพื่อแสดงอารมณ์ได้
  • พูดได้ 2 - 3 คำ
  • ชอบเล่นเกมจ๊ะเอ๋
  • เอนตัวหาผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยเพื่อให้ผู้ใหญ่แสดงความรัก หรือเพื่อขอความช่วยเหลือ
  • มองหาเมื่อคุณแม่ส่งเสียงเรียก
  • ส่งของเล่นจากมือซ้ายไปยังมือขวาได้ (หรือจากมือขวามายังมือซ้าย)

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • ออกเสียงเรียกชื่ออวัยวะพร้อมทั้งชี้ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ลูกรู้จัก เช่น ตา, หู, จมูก, ปาก, หรือ พุงกลม

  • ให้ลูกนั่งตักเพื่อชี้ชวนกันดูอัลบั้มรูปภาพสมาชิกในครอบครัว คุณแม่ควรส่งเสียงแสดงความตื่นเต้น สนุกสนานเมื่อเห็นรูปภาพที่น่าสนใจ ให้ลูกรู้ว่าเราสนใจ เอาใจใส่ความคิดของลูกน้อย

  • ให้ลูกได้เคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ไปยังส่วนต่างๆ ในบริเวณบ้าน กระตุ้นให้ลูกพยายามคลาน เดินเตาะแตะไปหาของเล่น หรือหาคนคุ้นเคยที่นั่งอยู่ใกล้ๆ คุณแม่ควรให้กำลังใจลูกน้อยด้วยการยิ้ม หรือปรบมือให้ลูก ลูกจะรู้สึกภาคภูมิใจและอยากลองทำอีก



หนูน้อยวัย 18 เดือน

หนูสามารถ:

  • เดินได้เอง หรือเดินเองได้โดยมีผู้ใหญ่ช่วยพยุงนิดหน่อย
  • เข้าใจความหมายของคำมากขึ้น แต่ยังพูดได้น้อยกว่าที่เข้าใจ
  • ร้องขอสิ่งของง่ายๆ ได้ เช่น นม, น้ำ
  • ต้องการให้ผู้ใหญ่หันมาแสดงความสนใจตัวหนูอย่างใกล้ชิด
  • ถอดถุงเท้า รองเท้า และถอดเสื้อเองได้

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • ปล่อยให้ลูกได้เล่นสนุกกับ น้ำ, ทราย และพรายฟองของน้ำ คุณแม่ควรหาช้อน ถ้วยใบเล็ก และที่ตัก ให้ลูกได้รินน้ำ เทน้ำ เติมน้ำ กรอกน้ำจนล้นขวด แล้วเทน้ำออกจากขวด เล่นสนุกกับการตีน้ำให้กระจาย เป็นต้น

  • เมื่อออกไปข้างนอก หรือไปสถานที่แปลกตา คุณแม่ควรให้เวลากับลูกในการสำรวจผู้คน และสิ่งของต่างๆ เพราะลูกน้อยกำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในอาชีพต่างๆ เช่น บุรุษไปรษณีย์ ตำรวจ พนักงานขายของ พนักงานขับรถเมล์ หรือสิ่งของต่างๆ เช่น กระดาษห่อของ, หรือสัตว์ อย่าง ผีเสื้อและแมลงต่างๆ (ที่ไม่มีพิษ) ปล่อยให้ลูกสนุกกับการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต!

  • หนูน้อยวัย 18 เดือนนี้ กำลังเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และสามารถทำอะไรเองได้หลายอย่างมากขึ้นทุกวัน หนูน้อยเพลิดเพลินกับการเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่และกิจวัตรประจำวันของคุณแม่ เช่น โยกย้ายส่ายสะโพกเมื่อได้ยินเสียงเพลง, ทำท่ากำลังรับประทานอาหาร, ทำนิ้วเคลื่อนไหวไปมา

    นอกจากนั้น ลูกวัยนี้ยังชอบเลียนแบบคำพูดของคุณแม่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคำกลอนดอกสร้อยง่ายๆ ที่คุณแม่มักท่องให้ฟังเป็นประจำ, เรียกชื่อสมาชิกในครอบครัว, ส่งเสียงบรื้นๆ เลียนแบบเสียงรถของเล่น หรือแม้กระทั่ง เลียนเสียงสัตว์ต่างๆ เช่น เสียงสุนัขเห่าบ็อกๆ หรือ โฮ่งๆ เสียงแมวร้องเหมียว เหมียว เสียงลูกหมูร้องอู๊ด อู๊ด เป็นต้น



หนูน้อยวัย 2 ขวบ

หนูสามารถ:

  • ประสมคำ 2 คำเข้าด้วยกันเพื่อพูดเป็นประโยค เช่น "นมอีก", "พ่อ - บ้าน" (ลูกหมายถึง คุณพ่ออยู่บ้าน)
  • แทนชื่อตัวเองได้เมื่อพูดถึงตัวเอง
  • เดิน วิ่ง กระโดด และโยนลูกบอลได้
  • ชอบทำอะไรด้วยวิธีของตัวเอง และ เอ่ยคำว่า "ไม่" บ่อยขึ้น
  • ชอบเล่นกับเด็กอื่น แต่ยังไม่ยอมแบ่งปันของเล่นด้วย

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • เมื่อพาลูกไปเดินเล่น ลูกจะชอบและสนุกกับการออกไปชมนกชมไม้นอกบ้าน บางครั้งอาจเที่ยวปีนป่ายเครื่องเล่น หรือสิ่งต่างๆ ขณะที่ยังจับมือคุณพ่อคุณแม่อยู่ นั่นถือว่าคุณแม่กำลังกระตุ้นให้ลูกได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตของลูกเลยทีเดียว

  • แม้ว่าลูกน้อยวัยนี้จะพูดคำว่า "ไม่" บ่อยขึ้น แต่ควรปล่อยให้ลูกวัย 2 ขวบรู้ว่า คุณกำลังฟังเขาอยู่ แม้ว่าไม่อาจทำตามสิ่งที่ลูกต้องการได้ก็ตามที

    "แม่รู้ว่าหนูกำลังสนุก อยากอยู่เล่นต่อ แต่เราต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้แล้วล่ะจ้ะ" หรือ

    "จ้ะ แม่รู้ว่าลูกอยากกินขนม 2 ชิ้นนี้ แต่ลูกทานได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้นจ้ะ"

ลูกจะเรียนรู้ว่าคุณแม่ใส่ใจความรู้สึก และความต้องการของลูก รู้ว่าตัวลูกเป็นคนสำคัญของคุณแม่ ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นกับความรัก และความเอาใจใส่ของคุณแม่



หนูน้อยวัย 3 ขวบ

หนูสามารถ:

  • เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้เหมือนผู้ใหญ่ แต่ยังต้องจับราวบันได
  • ชอบพูดคุยถึงสิ่งที่ตัวเองรู้ และเล่าเรื่องสมมุติได้
  • เข้าห้องน้ำระหว่างวัน
  • รู้ความแตกต่างระหว่างเด็กชายและเด็กหญิง
  • เริ่มรู้จักแบ่งปันของเล่น และรู้จักเล่นกับเด็กคนอื่น

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • เด็กวัยนี้มักชอบเลียนแบบกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคุณพ่อคุณแม่ เช่น พับผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ล้างรถ ถูพื้น ถึงแม้ว่าลูกอาจยังไม่สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้จริงๆ แต่ควรปล่อยให้ลูกมีโอกาสช่วยงานประจำวันเหล่านี้บ้างเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมาทันที

  • ให้โอกาสลูกน้อยวัย 3 ขวบ ได้เลือกกิจกรรมเองว่าลูกอยากทำอะไร

    "ลูกอยากระบายสี หรือว่าเล่นโยนลูกบอลกันดีจ๊ะ"
    "ลูกอยากใส่อะไรก่อนหลังจ๊ะ ระหว่างถุงเท้า กับเสื้อ"

    คุณแม่อาจช่วยลูกน้อยตัดสินใจเกี่ยวกับพฤติกรรมในแง่บวก เช่น

    "ถ้าลูกอยากเล่นของเล่นในกะละมังใส่น้ำนี่ล่ะก็ เราต้องออกไปเล่นข้างนอกกันจ้ะ
    ไม่อย่างนั้นพื้นตรงนี้จะเปียก"


การช่วยลูกตัดสินใจจะช่วยให้ลูกรู้สึกดีขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้ลูก และลูกจะรู้สึกประสบความสำเร็จ ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้



หนูน้อยวัย 4 ขวบ

หนูสามารถ:

  • กระโดดขาเดียวได้ รับลูกบอลได้ เมื่อคุณแม่โยนลูกบอลให้
  • ร้องเพลงง่ายๆ ได้ และท่องบทคล้องจองสำหรับเด็กได้
  • วาดรูปใส่กระดาษด้วยดินสอเทียน
  • พูดให้คนอื่นเข้าใจได้
  • ชอบเล่นบทบาทสมมุติ เช่น อาจเล่นเป็นคุณหมอ คุณครู พยาบาล ตำรวจ ทหาร ฯ แต่บางครั้งยังแยกไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับบทบาทสมมุติ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ:

  • รวบรวมเสื้อผ้าที่เลิกใช้แล้ว และเครื่องประดับต่างๆ เช่น สร้อยคอ กำไล อุปกรณ์แต่งตัวต่างๆ เช่น หมวก ถุงเท้า ฯ ใส่ในกล่อง หรือตะกร้าสำหรับลูก ลูกน้อยจะสนุกสนานในการเล่นเลียนแบบเป็นบุคคลต่างๆ เช่น คุณครู คุณหมอ พยาบาล นักเต้น นักขับรถแข่ง ฯ หรือแม้กระทั่งเล่นเลียนแบบทำท่าเป็นตัวคุณแม่เอง - ถ้าคุณแม่เล่นกับลูกด้วยจะยิ่งเพิ่มความสนุกสนานให้ลูกมากขึ้นไปอีก!

  • ลูกวัยนี้สนุกกับการเล่าเรื่องสมมุติให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ควรพิมพ์นิทานหรือเรื่องเล่าสมมุติที่ลูกเล่าให้ฟังใส่กระดาษ และหารูปภาพติดประกอบ เพื่อเพิ่มความน่าสนุกให้นิทานที่ลูกแต่งขึ้น

    จากนั้น นำไปใส่กรอบและติดที่ผนังบ้าน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนได้เห็น เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้ลูก เมื่อมีญาติพี่น้องมาเยี่ยม ขอให้ญาติๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณน้า คุณป้า พี่ๆ ถามไถ่ ให้ลูกเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกแต่งขึ้น

  • เมื่อลูกต้องการความช่วยเหลือจากคุณแม่ คุณแม่ควรให้ความร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา เช่น

    "ใช่จ้ะ แม่เห็นของเล่นลูกหักไปนิดหนึ่ง ลูกว่าเราจะช่วยกันซ่อมได้มั้ยจ๊ะ" หรือ

    "เรานั่งกันอยู่ 3 คน แต่มีขนมแค่ 2 ชิ้น ลูกว่าเราควรจะทำอย่างไรกันดีจ๊ะ"


การได้ใช้เวลาเฝ้าติดตาม เอาใจใส่พัฒนาการของลูกน้อย นับเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและมีความสุขสำหรับพ่อแม่อย่างเราๆ ยิ่งได้เห็นลูกมีความก้าวหน้าในพัฒนาการด้านต่างๆ ยิ่งชื่นใจ

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักว่า เด็กแต่ละคนอาจเติบโตและมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไปบ้าง บางคนอาจมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันบ้างแต่ก็เจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามปกติเมื่อถึงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก ควรปรึกษาแพทย์



ข้อมูลอ้างอิง: Staying on Track: As Your Child Grows & Learns By Colorado Department of Education

เรียบเรียงโดย: แม่อ้อม





back





มุมการกุศล : Charity area


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved