|
ถ้าคุณกำลังจมอยู่ในกองหนี้อันเกิดจากการช้อปปิ้งเพลินไปหน่อย แถมข้าวของที่ซื้อมาก็ไม่ใช่สิ่งที่คุณ
อยากได้เสียด้วยซ้ำ รออีกสักพัก ไม่นานนี้จะมียารักษาอาการโรคบ้าช้อปปิ้งให้สาวนักช็อปอย่างคุณแล้วล่ะ
นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย Stanford ในสหรัฐฯ กำลังศึกษาเพื่อคิดค้นตัวยาที่คล้ายคลึงกับยาระงับอาการ
เครียด Prozac แต่ว่ามีฤทธิ์ระงับอาการอยากช้อปปิ้งสุดๆ ซึ่งอาการบ้าช้อบปิ้งดังกล่าวมีชื่อทางการแพทย์ว่า
Onionmania (โรคบ้าซื้อ) แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยืนยันว่า การรักษาอย่างได้ผลนั้น ยังไม่สามารถกระทำ
ได้ในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม อาการคลั่งไคล้การช็อบปิ้งได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในตำราของนักจิตวิทยาชาวเยอรมัน
ในปี 1915 แต่ไม่ได้มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง และไม่มีใครทราบแน่นอนว่าผู้คนที่เป็นโรคบ้าช้อปปิ้ง
มีจำนวนเท่าไหร่
ผู้เชี่ยวชาญบางรายก็เชื่อว่า อาการเสพติดการช้อปปิ้งนั้น มักมีสาเหตุมาจากอาการผิดปกติอย่างอื่น เช่น
Bipolar หรือ obsessive แต่บางรายก็เชื่อว่าเป็นอาการเดี่ยวๆ ไม่เกี่ยวเนื่องจากอาการเครียด หรือความ
กดดันอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม Gerald Pollak ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชทางสมอง แห่งรพ. Sea Coast Mental Health ในเมือง
Portsmouth มลรัฐ New Hampshire สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นอาการต่อเนื่อง หรืออาการเดี่ยวๆ
ของการคลั่งไคล้ช้อปปิ้งนั้น ในสังคมปัจจุบันซึ่งมองกันที่วัตถุมากกว่านั้น สิ่งเร้าใจให้ผู้คนพากันสนุก
สนานกับการช้อปปิ้งมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง, การนิยมซื้อของผ่าน
ออนไลน์, การชำระเงินง่ายๆ ด้วยเครดิตการ์ด, แม้แต่ในทีวีก็มีช่องสำหรับช้อปปิ้งโดยเฉพาะ สิ่ง
เหล่านี้กระตุ้นให้ผู้คนพากันจับจ่ายซื้อของได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น และสามารถทำได้ตลอด 24
ชั่วโมงเสียด้วย แม้แต่สติกเกอร์ท้ายรถก็ยุยงส่งเสริมให้อยากช้อปปิ้ง เช่น "ช้อปไปเรื่อย ไม่เหนื่อย
ไม่หยุด", "สาวนักช้อปแห่งปี", หรือ "เกิดมาเพื่อช้อป"
ดร.ลอริน โคราน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและพฤติกรรมมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐฯ
หัวหน้าทีมวิจัยยาระงับโรคบ้าซื้อ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเราถูกกระตุ้นให้คิดว่า คุณค่าของ
มนุษย์นั้นอยู่ที่การได้เป็นเจ้าของสิ่งมีค่าทั้งหลาย ไม่ใช่ดูกันที่ความประพฤติ ผู้ป่วยบางราย
ยอมรับว่า เคยใช้ยาระงับความเครียดเพื่อช่วยลดอาการบ้าช้อปแต่ก็ไม่ได้ทำให้อาการเธอดีขึ้น
แต่อย่างใด เธอรับว่าชอบจับจ่ายใช้สอยตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก เคยขโมยเงินบิดา 20 เหรียญไปซื้อของ
ที่เธอชอบ เพื่อทดแทนความรักและความสนใจที่เธอไม่ได้รับจากครอบครัว เมื่อชีวิตแต่งงาน
ไม่มีความสุขและมีการหย่าร้าง อาการบ้าช้อปของเธอยิ่งเป็นหนักขึ้น เธอใช้เงินเป็นพันๆ
ดอลล่าร์ภายในเวลาไม่ถึง 2 - 3 นาทีซื้อเสื้อผ้า, คอมพิวเตอร์, ของขวัญให้เพื่อน ซื้อแม้กระทั่ง
ชุดราตรีทั้งๆ ที่เธอไม่มีเพื่อนชายและรู้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสได้ใส่เลย ในไม่ช้าเธอเป็นหนี้บัตร
เครดิตถึง 70,000 เหรียญดอลล่าร์ และเป็นบุคคลล้มละลายในที่สุด
การช้อปปิ้งเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง
ผู้ป่วยอีกรายให้ความเห็นว่า การมีเงินและการได้ช้อปปิ้งเป็นยาเสพติดสำหรับพวกเขา เพราะ
ทำให้รู้สึกดีขึ้นและผ่อนคลายเมื่อได้ใช้เงินซื้อของ รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ เป็นผู้อยู่ในฐานะควบคุม
สิ่งต่างๆ และเป็นผู้มีจิตใจดี แต่ในไม่ช้า ก็เหมือนรู้สึกตื่นจากความฝัน
นักวิจัยกล่าวว่า การเสพติดช้อปปิ้งนั้นมาในหลายรูปแบบ บางรายขอให้ได้เดินเข้าไปห้างสรรพสินค้า
เดินดูของได้นานเป็นชั่วโมงๆ บางรายเป็นวันๆ บางรายมีอาการนอนไม่หลับจนกว่าจะได้สั่งซื้อสินค้า
จากทางทีวีช่องขายของ
สำหรับบุคคลที่เข้าข่ายส่ออาการว่าจะเป็นโรคบ้าช้อปปิ้งนั้น Dr. Pollak ระบุว่า ส่วนมากมักจะเป็นผู้หญิง
และเป็นพวกที่มีความรักนับถือในตัวเองต่ำ แต่มีความเครียดและความวิตกกังวลสูง มักชอบซื้อของ
ประเภทของสวยงาม หรือออกแนวแฟชั่นทันสมัย เช่น เพชรพลอย เครื่องประดับ, เครื่องสำอาง,
หรือเสื้อผ้า ส่วนมากมักจะเป็นคนทานเก่งด้วย บางทฤษฎีระบุว่า พวกที่เป็นโรคบ้าช้อปนั้น อาจติด
การพนัน หรือติดการมีเพศสัมพันธ์ด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้ตนเองมีความสบายใจ มีความ
สำราญใจ
สำหรับยาที่กำลังคิดค้นเพื่อแก้อาการโรคบ้าซื้อนั้น Dr. Pollak เปิดเผยว่า จะคล้ายๆ Prozac คือมีสาร
selective serotonin อยู่ด้วย เพราะในสมองของคนที่มีอาการเครียด วิตกกังวลจนผิดปกติ มักจะมีสาร
serotonin น้อย ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอารมณ์ให้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคบ้าซื้อนั้น
ควรฝึกตนเองให้มีวินัยในการใช้เงิน โดยทำลายบัตรเครดิตเสีย หรือหลีกเลี่ยงการเข้าห้างสรรพสินค้า
หรืออาจปรึกษาจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
อ่านแล้ว สงสัยจังว่า... เราเป็นหนึ่งในบรรดาผู้มีอาการเป็นโรคบ้าช้อป หรือเปล่า?
ถ้าหากคุณชอบซื้อของ หรือบางครั้งซื้อของโดยที่คุณไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นจริง หรือซื้อของที่แพงเกินฐานะ
ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นโรคบ้าช้อป แต่ว่า คุณอาจมีปัญหากับโรคดังกล่าว ถ้าคำตอบของคุณ
มีคำว่า "ใช่" อยู่มากกว่า 1 ข้อ:
- คุณเดินเข้าไปซื้อของ ทั้งๆ ที่คุณไม่ต้องการจะซื้อ หรือสัญญากับตัวเองมั่นเหมาะแล้วว่าจะไม่ซื้อของ
- คุณรู้สึกตื่นเต้น หรือมีอารมณ์สดใสซาบซ่าทุกครั้งที่ได้ซื้อของ หรือแม้แต่สั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ต
- คนในครอบครัว, เพื่อนฝูง หรือ ญาติพี่น้องของคุณแสดงความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องการใช้จ่าย
เงินทองและเวลาที่สูญเสียไปกับการช้อปปิ้งของคุณ
- การช้อปปิ้งแต่ละครั้งเป็นเหตุให้คุณจมปลักอยู่ในกองหนี้สินมากเข้าทุกที
หาวิธีจัดการกับเงินในกระเป๋าอย่างถูกวิธีและชำระหนี้สินของคุณให้เรียบร้อย ก่อนที่จะถลำลึกไป
มากกว่านี้นะคะ
back
| |
|