Poj

Ploy
ข่าวสุขภาพ   >

โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease)
โรคนี้มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี พบบ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก มีอาการรุนแรงมากกกว่าเด็กโต ในผู้ใหญ่พบได้บ้าง

สาเหต
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส

การติดต่อ
จากการรับประทานอาหาร หรือ ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคที่มาจากน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ หรือ ตุ่มพอง หรือแผลของผู้ป่วย

ระยะฟักตัวของโรค
3-6 วัน หลังได้รับเชื้อ

อาการแสดง
  1. มีไข้ 2-4 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (อาการคล้ายไข้หวัด)
  2. มีผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาเกิดผื่นแดงที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย
  3. ผื่นที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นตุ่มพองใส และแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ
อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ อัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก หรือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาจทำให้เสียชีวิตได้

การรักษา
  1. ไม่มียารักษาเฉพาะ
  2. รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด
ข้อควรระวัง
ป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

การป้องกัน
  1. หลีกเลี่ยงการให้เด็กคลุกคลีหรือใกล้ชิดผู้ป่วย
  2. รักษาอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้เลี้ยงดูเด็กเล็กควรล้างทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก่อนหยิบจับอาหารให้เด็กรับประทาน และรับประทานอาหารที่สุกสะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด
  3. ไม่ใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะช้อน จาน ชามแก้วน้ำ ขวดนม
  4. เมื่อเช็ดน้ำมูก น้ำลายให้เด็กแล้ว ต้องล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว
  5. ผ้าอ้อม หรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระ ต้องรีบซักให้สะอาดโดยเร็ว และทิ้งน้ำลงในโถส้วม ห้ามทิ้งลงท่อระบายน้ำ
  6. ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
สถานที่มักพบการระบาดของโรค

  1. สถานรับเลี้ยงเด็ก
  2. โรงเรียนอนุบาล
มาตรการป้องกันโรคมือ เท้า ปากในโรงเรียนอนุบาลและสถานเลี้ยงเด็ก

สถานที่และสิ่งแวดล้อม
  1. ห้องเรียนที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ควรเปิดให้มีอากาศไหลเวียนหลังจากเลิกเรียนในแต่ละวัน
  2. พื้นห้องต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาฟอกขาว (คลอรอกซ์ หรือไฮเตอร์) อัตราส่วน น้ำยา 20 cc. ต่อน้ำ 1 ลิตร และเช็ดตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
  3. เครื่องปรับอากาศภายในห้องเรียนต้องทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  4. ของเล่น ของใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เด็กต้องใช้ร่วมกันต้องทำความสะอาดทุกวันด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วล้างตามด้วยน้ำสะอาดทุกครั้ง
  5. โรงอาหารต้องมีที่ระบายอากาศ มีที่เก็บภาชนะอุปกรณ์มิดชิด พื้น เพดาน ต้องทำความสะอาดทุกวัน ไม่ให้มีคราบน้ำมัน หรือหยากไย่บนเพดาน
  6. สระว่ายน้ำ (ถ้ามี) ต้องดูแลความสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำ และใส่คลอรีนฆ่าเชื้อโรคในอัตราส่วนที่ได้มาตรฐาน
  7. แยกของใช้ที่สัมผัสเข้าทางปากโดยตรง ได้แก่ แก้วน้ำ หลอดดูด ขวดนมช้อน ชาม
  8. ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อในข้อ 2 โดยเน้นที่ราวบันได ลูกบิดประตูและที่อื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมกัน
บุคลากร (ครู พี่เลี้ยง ผู้ปรุง / ประกอบอาหาร)

  1. ต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี (ตรวจอุจจาระ, เอกซ์เรย์ปอด) ป้องกันการแพร่เชื้อโรค
  2. ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปรุง / ประกอบอาหาร ต้องตัดเล็บให้สั้น ไม่สวมแหวน สร้อยข้อมือ ขณะปฏิบัติงาน เนื่องจากสิ่งดังกล่าวเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
  3. ล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งเมื่อทำกิจกรรม ดังนี้
    • ก่อนรับประทานอาหาร
    • หลังจากออกจากห้องส้วม
    • หลังสัมผัสอุจจาระ น้ำมูก น้ำลายเด็ก
การเฝ้าระวังโรคในโรงเรียน

ครู พี่เลี้ยง ต้องตรวจเด็กทุกคนในแต่ละวัน หากพบว่า มีจุด หรือผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่ก้น ให้แจ้งผู้ปกครองนำเด็กไปพบแพทย์ ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น โรคเมือ เท้า ปาก ต้องให้เด็กหยุดเรียน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหาย

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร. 02-245-8106, 02-245-0358

ที่มา: ฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตดุสิต



back









maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved