Poj

Ploy
พ่อแม่เล่าสู่กันฟัง >
เรื่องน่าตื่นเต้น บนทางด่วน
โดย แม่อ้อม



มีเรื่อง น่าตื่นเต้นจะมาเล่าให้ฟัง อาทิตย์ที่แล้วเกิดรถเสียบนทางด่วนค่ะ โดยขากลับ ขึ้นทางด่วนมาจากแถวสะพานสาธรขับมาได้ประมาณว่าเลย ทางลงพระรามหกสักพัก รถอยู่ดีๆ ก็มีอันเร่งไม่ขึ้น ดีว่าวันนั้นรู้สึกแปลกๆ กับรถคือเกจ์ความร้อน ขึ้นสูงแล้วตั้งแต่เริ่มเดินทาง เลยขับไม่เร็ว (แต่ธุระด่วนมากเลยไม่เปลี่ยนรถ) ทั้งที่ปกติเป็นคนขับรถเร็วประมาณ 140 เกือบทุกครั้ง


ขับมาสักพักความเร็วหล่นลงมาเหลือ 80 ก็เร่งไม่ขึ้น สักพักเหลือ 50 - 60 เลยดูซ้ายขวา เปิดไฟฉุกเฉินแล้วรีบหักรถเข้าข้างทาง ดีที่ทำอย่างนั้น เพราะพอชิดขอบทางยังไม่สนิทดี รถก็จอดเฉยเลย สต้าร์ทก็ไม่ติด แอร์ก็ไม่ทำงาน ร้อนก็ร้อน… ปัญหาคือ มีลูกสาววัยสามขวบ นั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหลัง เอาล่ะสิ ทำไงดี หน้าก็เริ่มซีด เกิดมา ไม่เคยรถเสียบนทางด่วน รถที่แล่นผ่านไปผ่านมาก็เร็วจนน่าใจหาย ยิ่งบางคันขับมาชิดรถเรามาก…เสียวไส้ กลัวรถมาเร็วๆ แล้วแซงซ้าย ขึ้นมา ไม่เห็นรถเรา หรือเห็นแต่เบรกไม่ทันจะมาเสยตูมเข้าให้…


มองไปข้างหน้า เห็นโทรศัพท์ฉุกเฉินสีส้มจะเดินลงไปโทรแล้วทิ้งลูก ในรถก็ไม่ดี ไม่อยากทิ้งลูกไว้ในรถคนเดียว (มากันสองคนแม่ลูกค่ะ) ครั้นจะจูงหรืออุ้มลูกเดินลงไปโทรศัพท์ฉุกเฉินก็ยิ่งแย่หนักเข้าไปใหญ่ เสี่ยงอีก เลยโทรหาสามีแทน สามีบอกว่าอย่าลงมาจากรถนะ ให้โทรหาจส.100 แล้วก็ให้เบอร์มา ก็โทรเข้าจส.100 ว่ามีรถเสีย บนทางด่วนช่วยเรียกเจ้าหน้าที่ทางด่วนมาดูรถหน่อย มีเด็กมาด้วย ขอให้เร็วๆ หน่อย เขาก็แนะนำว่าอย่าลงมาจากรถ นั่งรออยู่ในรถอย่างเดียวปลอดภัยที่สุด


เชื่อมั้ยว่า เวลาที่รอ เป็นเวลาที่ยาวนานที่สุด เสียงรถที่วิ่งผ่านมาดังเฟี้ยวฟ้าว น่ากลัวมาก บางคันแล่นมาชิดขอบข้างทาง แล้วก็เปิดไฟสูงใส่ (คงนึกว่าเรา มาจอดรถเล่นโก้ๆ มั้ง) บางคันเป็นรถบรรทุก คันใหญ่ วิ่งมาใกล้ๆ รถแทบ กระเทือน คือเรานั่งมองกระจกหลังดูแล้วประสาทจะเสีย เหมือนตกเป็น เป้านิ่งเลย ไม่รู้ว่าจะมีรถมาเสยตูมเมื่อไหร่ ยิ่งเคยอ่านข่าวว่ามีรถจอดเสีย แบบนี้ แล้วแท็กซี่วิ่งมาแซงซ้ายคู่กับรถอีกคัน พอมาเจอรถจอดเสียบนไหล่ทาง หักหลบไม่ทันชนท้ายเข้าให้ รถไฟไหม้เสียชีวิตทั้งคนขับและคนอยู่ในรถ ที่จอดเสีย ยิ่งใจคอไม่ค่อยดี แถมลูกก็เริ่มร้อน…และบ่นเมื่อไหร่แม่จะขับรถ ไปซะที จะออกมานั่งกับแม่ เราก็ยิ่งพะวักพะวน แล้วเด็กนั่งเฉยๆ ในคาร์ซีท โดนแดด ท่ามกลางอากาศร้อน น่าอึดอัดมาก แต่ก็แข็งใจบอกลูกว่า ออกมา ไม่ได้ ลูกต้องนั่งอยู่อย่างนั้น ปลอดภัยกว่า แม่เองก็คาดเข็มขัดนิรภัยเห็นไหม สักพักลูกทำหน้าเบะๆ เหมือนจะร้องไห้ เราก็บอกว่ายังไงลูกก็ออกมาจาก คาร์ซีทไม่ได้ ต้องนั่งต่อไปลูกจนกว่าจะมีคนมาช่วยเหลือ ลูกถาม ว่าเมื่อไหร่เขาจะมา เราก็บอกว่าเดี๋ยวก็มาลูกอดทนอีกนิดเดียว


สักพักรถทางด่วนมา แต่อยู่คนละฟาก เรานึกในใจ - - เฮ้อทำไมวันนี้เป็นยังงี้…ต้องรอต่อไปอีก กว่าเขาจะลงทางด่วนไปกลับรถแล้วขึ้นมาใหม่ รู้สึกจะทั้งหมดสิบห้านาทีก็มา แต่เหมือนนานมากเลยระหว่างนั้นเราโทรเข้าจส.100 ไม่รู้กี่ครั้งเพื่อถามว่าเมื่อไหร่จะมาสักที…จนท.ก็ดี ตอบเราอย่างดีไม่อารมณ์เสียว่า โทรมาเร่งอยู่ได้…คงจะเข้าใจอารมณ์คนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ (ขอชมเชย)




จนท.ทางด่วนมาพร้อมรถลาก มาจอดปิดท้ายรถเรา ท่ามกลางความโล่งอก เขาดูรถแล้วบอกว่าสายพานราวลิ้นขาด (คืออะไรเราก็ไม่รู้หรอก) แก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องลากลงข้างล่างอย่างเดียว สักพักรถสามีเราก็มาถึงพร้อมแม่บ้าน อุ้มลูกไป ไว้รถเขา แล้วให้แม่บ้านมานั่งรถกับเราไปกับจนท.ทางด่วน


เขาก็ลากรถไปไว้ข้างล่างใต้ทางด่วนเป็นลานดินใกล้ด่านเก็บเงินรัชดาภิเษก (ที่จะไปรัชโยธินได้) แล้วแนะว่า รถเกียร์ออโต้ลากได้ไม่เกิน 20 กม. ถ้าเกินเกียร์พัง ให้หารถยกมายก ไปอู่ซ่อมรถ แล้วก็ให้เบอร์รถยกมา


พอดี จส.100 ก็โทรเข้ามือถือ ถามว่าไปถึงไหนจนท.ทางด่วนมารึยัง แล้วเขาว่ายังไง เราก็บอกอาการรถไปตามที่จนท.ทางด่วนบอกมา จส.100 ก็บอกว่าจะไปถามช่างให้ สักพักก็โทรมาใหม่บอกว่า ถามช่างแล้ว ช่างบอกว่าทำอะไรไม่ได้ต้องยกรถอย่างเดียว ไปอู่ จส.100 ถามอีกว่า มีเบอร์รถยกมั้ย เราบอกว่าจนท.ให้ไว้เหมือนกัน แต่ถ้าจส.100 มีก็บอกมาก็ได้ เขาก็ถามว่ารถจอดอยู่ที่ไหน แล้วก็บอกเบอร์รถยกที่ใกล้ๆ ให้ พร้อมกับบอกว่า เวลาโทรเรียกรถยกให้สอบถามตกลงราคากันก่อน เดี๋ยวยกไปแล้ว มาบอกราคาแพงๆ ก็ไม่ดีอีก สักพักสามีโทรมาถามว่า เป็นยังไงอยู่ที่ไหน เขากำลังหา อู่ซ่อมรถที่เปิดวันอาทิตย์อยู่ ปกติเราจะเอารถเข้าศูนย์บริการฯ ก็ไม่เคยรู้จักอู่ที่ไหน เป็นพิเศษ แหม มาเสียเอาวันอาทิตย์อีกด้วย ช่างเลือกวันจริงๆ


พอสามีโทรมาบอกว่า ให้โทรเรียกรถยกไปอู่แถวแจ้งวัฒนะ (เพราะใกล้บ้าน) เป็นอู่ที่ไม่รู้จัก สามีไปถามๆ จากแมกซ์ออโต้แถวที่ใกล้บ้าน กำลังจะโทรเรียกรถยก พอดีแบตฯมือถือหมด มือถือใช้ไม่ได้ - - เรานึกในใจ เฮ้อ ให้ได้หยั่งงี้สิน่า…เลยบอกแม่บ้านเฝ้ารถไว้ เดี๋ยวจะไป เดินหาโทรศัพท์ ก็เดินไปที่ด่านตำรวจตรงด่านเก็บเงินทางด่วน มีโทรศัพท์สาธารณะอยู่ก็เลยโทรหารถยก ดีที่ว่ามีเศษตังค์ในกระเป๋าอีก ถ้าไม่มีนี่อยากจะร้องกรี๊ดเลย


มานั่งรอในรถ สักพักรถยกมา ก็จัดการยกรถไป ระหว่างนั้นรถเขาจัดรถ แม่บ้านถามว่า จะนั่งที่ไหนดีคะ เราก็ไม่เคยนั่งรถแบบนี้ เคยเห็นเค้ายกรถกันก็ไม่ได้สังเกตว่า เค้านั่งกันที่ไหน แต่พิจารณาดูแล้ว หน้ารถเราก็ถูกยกขึ้นมาครึ่งคัน เกิดนั่งรถเราแล้ว น็อตที่เค้าสียบไว้กับเหล็กแล้วสอดใต้ด้านหน้าของรถเราเกิดหลุด รถเราก็มีหวังหลุดลอย ถอยหลังไปตามถนน (ชอบจินตนาเรื่องร้ายๆ) อย่ากระนั้นเลย ไปนั่งหน้าคู่คนขับในรถยก ดีกว่าเพื่อความปลอดภัย ถึงเวลาจะขึ้นรถ แม่บ้านถอยให้เราขึ้นก่อน เราบอกไม่ เธอนั่นแหล่ะขึ้นไปก่อน เรานั่งติดหน้าต่างดีกว่า นั่งไปสักพัก คนขับรถยกบอกว่า รถเราร้อง รถกระเทือน alarm เลยดัง เราก็หันไป พยายามกดรีโมทปิดผ่านกระจกหลังรถยก ก็ไม่ได้ผล เลยต้องปล่อยไว้งั้น


ระหว่างทางมือถือของแม่บ้านดัง แม่บ้านก็รับ เป็นสามีเราโทรมาถามว่าไปถึงไหนแล้ว ทำไมไม่เปิดมือถือ เราตอบว่า มาได้ครึ่งทางแล้ว มือถือแบตฯหมด ไม่ได้ปิด ใครจะปิด มือถือตอนนี้ล่ะ ถามมาได้…เลยถูกกระแหนะกระแหนอีก ก็บอกแล้วให้รู้จักชาร์จแบตฯ ชอบปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ พอจะต้องใช้ก็เลยเป็นแบบนี้ ชักจะเริ่มยืดยาว เราเลยตัดบทก่อน มีการโต้วาทีบนรถยก … เขาบอกว่า ถ้าใกล้ถึงแจ้งวัฒนะให้บอกด้วยจะได้มาเจอกันที่อู่รถ เพราะเจ้าของอู่กำลังมาเปิดอู่ให้รถเข้าไปจอด วันนี้บังเอิญไม่มีคนเฝ้าอู่ อู่ปิด (แต่ปกติมีคนเฝ้า) ตอนมือถือแม่บ้านดัง เราก็ฉุนในใจเหมือนกัน หนอยเอามือถือมา ก็ไม่บอก ปล่อยให้เดินไปโทรที่อื่น แทนที่จะให้โทรของตัวเอง จะกี่บาทเชียว เดี๋ยวจ่ายตังค์คืนให้ก็ได้


แต่ก็ ไม่ได้บ่นอะไรออกมาดังๆ …แค่นึกในใจ พอถึงแจ้งวัฒนะเราก็บอกให้แม่บ้าน เอามือถือมา จะได้โทรบอกสามีว่าถึงไหนแล้ว แม่บ้านก็บอกว่า พอดีการ์ดของหนูหมด เราก็ร้อง อ้าว…เลยให้อภัย คนขับรถยกก็ยื่นมือถือส่งมาให้บอกว่าใช้ของผมก็ได้ แหม - - ใหม่ซะด้วยนะด้วยยี่ห้ออีริคสัน เราก็เลยโทรบอกสามี เค้าก็ให้วางสายแล้ว โทรกลับมาใหม่


ไปถึงอู่รถ ยังไม่มีใครมา นั่งรอในรถอีก (วันนี้ วันแห่งการรอ) นั่งอยู่พักใหญ่ แม่บ้านถามว่า ไม่มีใครลงไปเดินเล่นเหรอคะ นั่งอยู่ในนี้นานแล้ว เราก็ยิ้มๆ ไม่เอา - นั่งนี่แหล่ะ นั่งอีกพักชักไม่ไหว เลยบอกคนขับรถยกดับเครื่องก็ได้ เราลงมาหาน้ำกิน หิวน้ำมาก ซื้อน้ำกระป๋องมา 3 กระป๋อง (ให้คนขับรถยกไป 1 กระป๋อง) สักพักสามีมา ก็เลยย้ายของจากรถเราไปใส่รถเค้า เกลี้ยงรถเลยค่ะ เทปทุกม้วนตั้งแต่โอเอซิสจนเทปธรรมะ - -ถึงแม้ว่าจะไม่มีทางหายก็ตาม คงไม่ค่อยมีใครกล้าจิ๊ก เศษสตางค์ก็ไม่เหลือ แล้วก็ไปนั่งกับลูกที่เบาะหลังรถสามี


รอเจ้าของอู่รถอีกพักใหญ่ๆ ใหญ่มาก เพราะว่าเจ้าของอู่มาจากอยุธยา (ให้ตาย บอกซะตั้งแต่แรก คงหาอู่อื่นไปนานแล้ว) ไม่มีใครรู้ว่าเขามาจาก อยุธยา เพราะถ้าขืนบอกเราไม่มายืนรออย่างงี้แน่ คนขับรถยกหน้าชักจ๋อย เพราะรอนานมาก ยังไม่ได้เงินค่าจ้างเสียที เจ้าของอู่มาก็เปิดประต ูให้รถยกยกเรา เขียนผิด ไม่ใช่ยกเรา ยกรถเราค่ะ เข้าไปไว้ด้านใน


สักพักดูเรียบร้อย ครอบครัวเราก็กลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน…ประมาณ หกโมงเย็นกว่าพอดี เช้าวันจันทร์ไปทำงาน เพื่อนฝูงทัก เป็นไงเสาร์อาทิตย์ทำอะไรมาบ้าง เราก็ร่ายยาวตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนที่เขียนนี่เลยค่ะ ถ้าใครมาถามอีก เราจะบอกให้มาอ่านจากที่นี่ก็แล้วกันนะคะ….


มีเรื่องที่ต้องการสรุปดังนี้ค่ะ

  1. ขอขอบคุณจส.100 ก่อนอื่นเลยค่ะ ว่าไม่ทอดทิ้งผู้ใช้รถที่ประสบ เหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ จส.100 ดีจริงๆ ช่วยเหลือตลอดรอดฝั่ง เราไม่เคยมีเบอร์จส.100 ต่อไปนี้คงต้องจดไว้ในรถแล้ว (กำลังจะเขียนจดหมายไปชมเชย เป็นกำลังใจค่ะ)

  2. ถ้าเห็นท่าไม่ดี รถมีอาการแปลกๆ อย่าฝืนขับไปเลยค่ะ ยอมจอดเสียเวลา แล้วรีบเปลี่ยนรถเร็วที่สุด อาการรถก็จะไม่เป็นมาก ค่าซ่อมก็ไม่เยอะ แถม ไม่ต้องไปจอดเสียในที่แปลกๆ ลำบากๆ อีกด้วย ดีที่ไม่เปลี่ยวและเป็นเวลา กลางคืน และที่สำคัญเมื่อยู่บนทางด่วน ถ้ารถเริ่มไม่ค่อยดี รีบดูซ้ายขวา แล้วจอดชิดข้างทาง อย่าขับไป ลุ้นไป เพราะถ้าเกิดรถไม่ไปและเครื่องค่อยๆ ดับ แล้วเราอยู่เลนกลางล่ะ คุณเอ๋ย - - ไม่ต้องลุ้นเลย น่ากลัวที่สุดในโลก ไม่อยากนึกถึงหรือวาดภาพ เละแน่ๆ (ลองดับเครื่องจอดรถนิ่งๆ อยู่เลนซ้าย เปิดกระจกรถดู แล้วจะรู้ว่า รถบนทางด่วนวิ่งเร็วขนาดไหน) เราเองขับเร็วเอง ไม่เคยรู้เลยว่า บนทางด่วนน่ากลัว และรถขับกันเร็วขนาดนี้

  3. มือถือควรชาร์จไว้ตลอดเวลาที่อยู่บ้าน อย่าละเลย อย่าขี้เกียจ ถึงแม้ว่า ดูแล้ววันนี้ไม่น่าจะมีเรื่องฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ด่วน ก็อย่าประมาทค่ะ โชคร้ายจะไม่เล่นงานคุณในวันที่ทุกอย่างเตรียมพร้อมหรอกค่ะ เชื่อเถอะ

  4. เดินทางไปไหนมาไหนในรถยนต์กับลูก ควรมี

    - น้ำดื่มสะอาดติดรถเสมอ
    - ของเล่นสักชิ้นสองชิ้นแก้เบื่อ
    - กระดาษเปล่า กับดินสอเทียน (ใช้ได้ทุกกรณีแม้แต่นั่งรออาหารในร้าน)
    - ผ้าอ้อม หรือถ้าเด็กโตก็ผ้าสะอาดสักผืน (ใช้ได้สารพัดประโยชน์เหมือน ผ้าขาวม้าเลย) ปูแขน ปูขาลูกกันแดด, ชุบน้ำดื่มเช็ดหน้าให้ลูกได้, คลุมศีรษะลูกกันฝน - กันแดด, เช็ดจมูก สั่งน้ำมูก ฯ (ใช้ทีละกรณีนะคะ ไม่ใช่สั่งน้ำมูกเสร็จเอามาคลุมหัวกันแดด)
    - ถ้าเด็กเล็กก็ต้องมีผ้าอ้อมสำเร็จรูป 1 ชิ้น (เผื่อรถเสียในที่ที่ลูกออกมาฉี่ไม่ได้)

  5. สอบถามอู่รถเจ้าประจำว่าเปิดวันอาทิตย์หรือวันหยุดต่างๆ ไหม ถ้าไม่เปิด กรณีฉุกเฉินจะติดต่อได้ยังไง ถ้าเขาไม่เปิดจริงๆ หาอู่รถที่เราไว้ใจและเปิดรับรถ กรณีฉุกเฉินได้ 24 ชม. จะได้ไม่ต้องเอารถไปไว้ที่อู่ที่ไม่รู้จัก เกิดซ่อมไม่ดี ทะเลาะกันอีก (นี่ก็จะเอารถคืนกลับมาเข้าศูนย์บริการอยู่นี่ ซ่อมมา 5 วันแล้วไม่เสร็จซะที บอกเป็นนู่นเป็นนี่ ไม่รู้เกินเหตุรึเปล่า กำลังกลุ้มเลยค่ะ)

  6. เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ตั้งสติไว้ก่อน อย่าเพิ่งร้องไห้โฮ บางครั้งเราต้องพึ่งตัวเอง ถึงแม้ว่าเราอาจจะมีสามี มีครอบครัวญาติพี่น้องที่ดีมากพึ่งพาได้ตลอดเวลา แต่ครั้งหนึ่งในชีวิต บางทีไม่คาดคิด เราก็อาจไปติดอยู่ในสถานการณ์ที่เขามา ช่วยกันไม่ได้ทุกเรื่อง เราก็ต้องพึ่งตัวเองให้ได้ หัดเรียนรู้ที่จะพึ่งตัวเอง และเข็มแข็งไว้ค่ะ ใช้ได้ทุกกรณี

  7. ในใจคิดว่าอยากซื้อโคนสีส้ม แล้วใส่รถไว้จริงๆ เวลารถเสียจะได้เอาวางๆ ไว้ข้างหลังอัน ข้างหน้าอัน รถคันอื่นจะได้เห็นแต่ไกลว่ามีรถจอดเสียอยู่ แต่รู้สึกว่าเขาจะมีแผ่นป้ายขายเป็นสัญลักษณ์รถเสียฉุกเฉินขายนะคะ ว่าจะไปซื้อมาใส่รถไว้ ท้ายรถข้างหลังสักอัน เผื่อต้องจอดฉุกเฉินก็เอามาวาง ให้เห็นง่ายๆ ถ้ารถยุโรปดีๆ เขาจะติดไว้ที่ฝากระโปรงหลังใช่มั้ยคะ เวลารถเสียก็จอดเปิดท้ายรถไว้ได้ ป้องกันอุบัติเหตุทั้งรถเรา และรถคันอื่นด้วย

  8. จดเบอร์ติดต่อฉุกเฉินในรถเตรียมไว้ อย่าประมาท ถึงแม้ว่ารถคุณจะ ราคาแพง ใช้มาไม่ถึง 5 ปี แต่มันไม่แน่ รถเสีย รถเกิดอุบัติเหตุ คุณขับดี เขาขับไม่ดี คนเมามาเฉี่ยวรถ ฯ จิปาถะ เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น


เบอร์ฉุกเฉินที่ใช้ในวันนั้น:

จส. 100 โทร 02-711- 9151

บริการรถยก (จส.100 ให้มา) โทร 02- 911-4753, 911 - 4754 (ตลอด 24 ชม. อยู่แถวประชาชื่น) *ค่าจ้างยกรถจากด่านรัชดาภิเษก (ที่เลี้ยวซ้ายมาประชานุกูล เลี้ยวขวาไปรัชดา / วิภาวดี) มาแจ้งวัฒนะ ราคา 800 บาท*

บริการรถยก (จนท.ทางด่วนให้มา แต่ไม่ได้ใช้) โทร 01 - 344 0464


แถมให้อีกเบอร์ที่เพิ่งมาทราบทีหลัง:
หากเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน โทร 1543 หรือ 02-641-4649 โดยไม่ต้องลงจากรถ หรือใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางด่วน ซึ่งติดตั้งทุก 1 กิโลเมตร มีพนักงานช่วยเหลือตลอด
24 ชั่วโมง

ขอให้ทุกคนโชคดี คลาดแคล้วจากอุบัติภัย และกรณีฉุกเฉินต่างๆ นะคะ อย่างไรก็ตาม ลองซ้อมดูว่าเวลาฉุกเฉินเราจะทำอย่างไร เตรียมพร้อมไว้ก่อนดีกว่าค่ะ





คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการส่งเรื่องเล่า เม้าท์ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับครอบครัว, ลูกๆ, หรือหวานใจที่บ้าน ฯลฯ ส่งมาได้ที่ maeaom@hotmail.com


back



maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved